ออกกำลังกายสุนัข วันละกี่นาทีถึงพอดี ? วิธีเช็กตามวัย พร้อม 7 กิจกรรมที่น้องหมาชอบ

          ชวนเช็กการออกกำลังกายสุนัขตามสายพันธุ์ อายุ และสุขภาพ ว่าควรขยับวันละกี่นาทีถึงพอดี พร้อม 7 กิจกรรมและสัญญาณเตือนที่เจ้าของน้องหมาต้องรู้
ออกกำลังกายสุนัข

          ไม่ใช่แค่คนที่ต้องออกกำลังกาย สุนัขเองก็ต้องขยับร่างกายเพื่อให้แข็งแรงเช่นกัน การออกกำลังกายสุนัขอย่างเหมาะสมช่วยป้องกันโรคอ้วน ชะลอความเสื่อมของสมอง ดูแลข้อต่อและกล้ามเนื้อ เสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด แถมยังเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่เจ้าของกับน้องหมาได้ใช้ร่วมกันด้วย 

          แต่น้องหมาแต่ละตัวต้องการกิจกรรมไม่เท่ากัน โดยขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย วันนี้เราจึงสรุปแนวทางจากสัตวแพทย์ ทั้งเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสม กิจกรรมที่น่าลอง และสัญญาณเตือนว่าน้องออกกำลังกายน้อยหรือมากเกินไป มาฝากกัน

4 ปัจจัยที่กำหนดว่าน้องหมาต้องออกกำลังกายแค่ไหน

          แม้จะมีแนวทางกว้าง ๆ ให้ยึด แต่น้องหมาแต่ละตัวนั้นไม่เหมือนกัน โดยปริมาณการออกกำลังกายที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ 4 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้

1. สายพันธุ์

          สายพันธุ์มีผลต่อระดับกิจกรรมที่น้องต้องการ บางสายพันธุ์อย่างปั๊กหรือมาสทิฟฟ์อาจนอนเล่นในบ้านได้ทั้งวันอย่างมีความสุข ในขณะที่สายพันธุ์พลังงานสูงอย่างไซบีเรียน ฮัสกี้ หรือแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ อาจเริ่มมีปัญหาพฤติกรรมถ้าได้ออกกำลังกายไม่พอ

          นอกจากนี้ลักษณะของสายพันธุ์ยังกำหนดความหนักที่รับไหวด้วย สุนัขหน้าสั้นอย่างปั๊กอาจหายใจลำบากและเกิดภาวะเพลียแดดได้ถ้าถูกเร่งมากเกินไป ส่วนสุนัขจมูกยาวอย่างฮัสกี้มักหายใจได้สะดวกกว่าเวลาออกกำลังกายหนัก คุณหมอยกตัวอย่างว่า ปั๊กอาจพอใจกับการเดินเล่น 20-30 นาทีวันละรอบ ขณะที่ฮัสกี้อาจต้องเดินเร็วรอบละครึ่งชั่วโมงถึงวันละ 3 รอบ จึงจะได้ระบายพลังงาน

2. อายุ

          ลูกสุนัขมักชอบกิจกรรมสั้น ๆ เป็นช่วง ๆ โดยสัตวแพทย์แนะนำสูตร 5 นาทีต่ออายุ 1 เดือน วันละ 1-2 รอบ เช่น ลูกสุนัขอายุ 6 เดือน จะออกกำลังกายได้ราวรอบละ 30 นาที

          ที่ต้องระวังคือ การออกกำลังกายหนักอาจทำลายแผ่นกระดูกเจริญเติบโตของน้องที่ยังโตไม่เต็มที่ จึงไม่ควรให้ลูกสุนัขวิ่ง จ็อกกิ้ง หรือเดินป่า จนกว่าจะถึงอายุโดยประมาณ คือ พันธุ์เล็ก 6-8 เดือน พันธุ์กลาง 12 เดือน และพันธุ์ใหญ่หรือพันธุ์ยักษ์ 12-24 เดือน

          ทั้งนี้ควรให้สัตวแพทย์ประเมินว่าน้องพร้อมเริ่มกิจกรรมหนักเมื่อไหร่ ส่วนสุนัขสูงวัยก็ไม่ควรหยุดออกกำลังกายเพียงเพราะอายุมากขึ้น แค่ต้องดูว่ามีปัญหาสุขภาพอย่างข้ออักเสบหรือไม่แล้วปรับให้เหมาะ โดยสุนัขสูงวัยมักเหมาะกับกิจกรรมเบา ๆ อย่างการเดินช้า ๆ

3. สุขภาพ

          โรคบางชนิดทำให้น้องหมาทนต่อการออกกำลังกายได้น้อยลง เช่น ข้ออักเสบ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคต่อมไร้ท่ออย่างภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ หรือโรคคุชชิ่ง ถ้าน้องมีโรคประจำตัวเรื้อรัง ควรให้สัตวแพทย์ตรวจและอนุมัติแผนการออกกำลังกายก่อนเสมอ

4. นิสัยเฉพาะตัว

          อย่าลืมว่าน้องหมาแต่ละตัวมีนิสัยเป็นของตัวเอง ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์บางตัวชอบนอนเอกเขนกบนโซฟา ในขณะที่บางตัวกลับชอบกระโดดลงเล่นน้ำ เวลาวางแผนจึงต้องดูทั้งความต้องการปฏิสัมพันธ์ การกระตุ้นสมอง และการเคลื่อนไหวของน้องประกอบกัน
หมาว่ายน้ำ

ออกกำลังกายสุนัข วันละกี่นาที ?

          สำหรับน้องหมาทั่วไป สัตวแพทย์ให้ตัวเลขขั้นต่ำไว้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยปรับตามสายพันธุ์ อายุ และสุขภาพของน้องแต่ละตัว

  • ลูกสุนัข รอบละ 5 นาทีต่ออายุ 1 เดือน วันละ 1-2 รอบ และควรปรึกษาสัตวแพทย์
  • สุนัขโตพลังงานต่ำ เดินสบาย ๆ อย่างน้อยวันละ 1 รอบ รอบละ 20-30 นาที
  • สุนัขโตพลังงานสูง เดินเร็วอย่างน้อยวันละ 2 รอบ รอบละ 30 นาที
  • สุนัขสูงวัย ทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินช้า ๆ และปรับตามปัญหาสุขภาพ

          นอกจากนี้ก็ควรพาน้องออกกำลังกายทุกวัน เพราะการขยับสั้น ๆ ทุกวันดีกว่าการออกกำลังกายนาน ๆ แค่สัปดาห์ละครั้ง และต้องใส่ใจสภาพอากาศด้วย เพราะสุนัขบางตัวไวต่ออากาศร้อนหรือหนาวจัด และพื้นที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดก็อาจทำให้อุ้งเท้าบาดเจ็บได้

          ในวันที่ร้อนหรืออบอ้าวควรพกน้ำไปด้วยทุกครั้ง ข้อนี้สำคัญมากในเมืองไทยที่อากาศร้อนชื้นเกือบทั้งปี การเลือกพาน้องออกไปช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรงจะช่วยลดความเสี่ยงได้อีกทาง

7 กิจกรรมออกกำลังกายที่น้องหมาชอบ

          การเดินและวิ่งไม่ใช่ทางเดียวที่จะทำให้น้องได้ขยับตัว โดยสัตวแพทย์ได้แนะนำกิจกรรมอื่นที่เหมาะกับสุนัขไว้อีกหลายแบบ ลองเลือกให้เข้ากับนิสัยและสุขภาพของน้องดู

1. เดินป่า

          การพาน้องไปเดินตามเส้นทางธรรมชาติทำให้น้องได้ทั้งออกแรงและเจอกลิ่นใหม่ ๆ แต่เดินป่าถือเป็นกิจกรรมหนัก จึงควรรอให้ลูกสุนัขโตถึงอายุที่ปลอดภัยตามช่วงอายุที่แนะนำในหัวข้ออายุด้านบนก่อน

2. เล่นเกม เช่น โยนรับของ ชักเย่อ หรือซ่อนหา

          เกมอย่างการโยนของให้น้องวิ่งไปคาบกลับมา ชักเย่อ หรือซ่อนหา ช่วยให้น้องได้ใช้ทั้งร่างกายและสมอง เกมเหล่านี้เล่นได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน จึงเหมาะกับวันที่อากาศไม่เป็นใจ
หมาเล่นลูกบอล

3. ว่ายน้ำ

          ว่ายน้ำเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับน้องที่ชอบน้ำ แต่ต้องเลือกสถานที่ที่ปลอดภัย และเจ้าของควรอยู่ดูแลใกล้ ๆ ตลอดเวลา

4. คลาสฝึกขั้นสูง เช่น Agility

          คลาสฝึกขั้นสูงอย่าง Agility หรือการฝึกให้น้องวิ่งผ่านเครื่องกีดขวาง ช่วยให้น้องได้ออกแรงและใช้สมองไปพร้อมกัน เหมาะกับน้องที่มีพลังงานเหลือเฟือ

5. สนามเครื่องกีดขวางทำเองที่บ้าน

          ถ้ามีสนามหญ้าหรือพื้นที่หน้าบ้าน ลองจัดสนามเครื่องกีดขวางเล็ก ๆ ให้น้องวิ่งลอด กระโดดข้าม หรือวิ่งอ้อม เป็นการออกกำลังกายที่สนุกและไม่ต้องออกไปไหนไกล

6. Dock Diving

          Dock Diving คือกีฬาที่ให้น้องหมาวิ่งไปตามทางแล้วกระโดดลงสระน้ำ เหมาะกับน้องที่ชอบทั้งน้ำและการวิ่งไล่ของเล่น

7. เล่นกับเพื่อนสุนัขที่เป็นมิตร

          การได้วิ่งเล่นกับสุนัขตัวอื่นที่เป็นมิตร ช่วยให้น้องได้ใช้พลังงานและฝึกเข้าสังคมไปพร้อมกัน แต่ควรเลือกเพื่อนเล่นที่นิสัยดีและคอยดูไม่ให้เล่นแรงเกินไป

สัญญาณว่าน้องหมาออกกำลังกายไม่พอ

          ถ้าไม่แน่ใจว่าสุนัขได้ขยับตัวเพียงพอหรือยัง คำตอบมักอยู่ที่พฤติกรรมและสุขภาพของน้องเอง

1. ปัญหาพฤติกรรม

          น้องหมาที่ออกกำลังกายไม่พอมีแนวโน้มเกิดปัญหาพฤติกรรม โดยเฉพาะความวิตกกังวล ซึ่งแสดงออกได้หลายแบบ เช่น ครางหงิง ๆ เห่า เดินวนไปมา ทำลายข้าวของ ขับถ่ายในบ้าน หรือทำร้ายตัวเอง นอกจากนี้ถ้าน้องชอบกัดแทะของที่ไม่ควรกัด คาบของเล่นมาให้ซ้ำ ๆ หรือขอออกไปข้างนอกบ่อย ๆ ก็เป็นสัญญาณว่าน้องอาจต้องการการออกกำลังกายและความสนใจจากเรามากขึ้น

2. ปัญหาสุขภาพ

          สุนัขที่ออกกำลังกายไม่พอเสี่ยงเป็นโรคอ้วนและข้ออักเสบได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าสังเกตว่าน้องเริ่มมีปัญหาสุขภาพ ควรพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจก่อนเสมอ อย่าเพิ่งสรุปเองว่าแค่ต้องออกกำลังกายเพิ่ม

สัญญาณว่าน้องหมาออกกำลังกายมากเกินไป

          ในทางกลับกัน การออกกำลังกายหนักหรือนานเกินไปก็ทำให้ร่างกายน้องรับภาระหนักได้ ให้ลองสังเกตอาการต่อไปนี้

  • พยายามหยุดและนอนลง ระหว่างออกกำลังกาย
  • หอบหนัก หายใจแรงและเร็วผิดปกติ
  • น้ำลายไหลมากกว่าปกติ
  • เหงือกหรือลิ้นแดงจัด
  • ตัวแข็งหรือเดินกะเผลกหลังออกกำลังกาย

          ถ้าเจออาการเหล่านี้ให้หยุดพักทันที พาน้องเข้าที่ร่มและให้ดื่มน้ำ โดยสัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของเรียนรู้อาการของภาวะเพลียแดดไว้ เพื่อจะได้ช่วยน้องได้ทันเมื่อร่างกายร้อนเกินไป และหากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์

บทความสุนัขเรื่องอื่น ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : thesprucepets.com, pdsa.org.uk, akc.org, vetverified.com
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ออกกำลังกายสุนัข วันละกี่นาทีถึงพอดี ? วิธีเช็กตามวัย พร้อม 7 กิจกรรมที่น้องหมาชอบ โพสต์เมื่อ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 17:16:25
TOP
x close