ไม่ใช่แค่คนที่ต้องออกกำลังกาย สุนัขเองก็ต้องขยับร่างกายเพื่อให้แข็งแรงเช่นกัน การออกกำลังกายสุนัขอย่างเหมาะสมช่วยป้องกันโรคอ้วน ชะลอความเสื่อมของสมอง ดูแลข้อต่อและกล้ามเนื้อ เสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด แถมยังเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่เจ้าของกับน้องหมาได้ใช้ร่วมกันด้วย
แต่น้องหมาแต่ละตัวต้องการกิจกรรมไม่เท่ากัน โดยขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย วันนี้เราจึงสรุปแนวทางจากสัตวแพทย์ ทั้งเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสม กิจกรรมที่น่าลอง และสัญญาณเตือนว่าน้องออกกำลังกายน้อยหรือมากเกินไป มาฝากกัน
4 ปัจจัยที่กำหนดว่าน้องหมาต้องออกกำลังกายแค่ไหน
1. สายพันธุ์
สายพันธุ์มีผลต่อระดับกิจกรรมที่น้องต้องการ บางสายพันธุ์อย่างปั๊กหรือมาสทิฟฟ์อาจนอนเล่นในบ้านได้ทั้งวันอย่างมีความสุข ในขณะที่สายพันธุ์พลังงานสูงอย่างไซบีเรียน ฮัสกี้ หรือแจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ อาจเริ่มมีปัญหาพฤติกรรมถ้าได้ออกกำลังกายไม่พอ
นอกจากนี้ลักษณะของสายพันธุ์ยังกำหนดความหนักที่รับไหวด้วย สุนัขหน้าสั้นอย่างปั๊กอาจหายใจลำบากและเกิดภาวะเพลียแดดได้ถ้าถูกเร่งมากเกินไป ส่วนสุนัขจมูกยาวอย่างฮัสกี้มักหายใจได้สะดวกกว่าเวลาออกกำลังกายหนัก คุณหมอยกตัวอย่างว่า ปั๊กอาจพอใจกับการเดินเล่น 20-30 นาทีวันละรอบ ขณะที่ฮัสกี้อาจต้องเดินเร็วรอบละครึ่งชั่วโมงถึงวันละ 3 รอบ จึงจะได้ระบายพลังงาน
2. อายุ
ลูกสุนัขมักชอบกิจกรรมสั้น ๆ เป็นช่วง ๆ โดยสัตวแพทย์แนะนำสูตร 5 นาทีต่ออายุ 1 เดือน วันละ 1-2 รอบ เช่น ลูกสุนัขอายุ 6 เดือน จะออกกำลังกายได้ราวรอบละ 30 นาที
ที่ต้องระวังคือ การออกกำลังกายหนักอาจทำลายแผ่นกระดูกเจริญเติบโตของน้องที่ยังโตไม่เต็มที่ จึงไม่ควรให้ลูกสุนัขวิ่ง จ็อกกิ้ง หรือเดินป่า จนกว่าจะถึงอายุโดยประมาณ คือ พันธุ์เล็ก 6-8 เดือน พันธุ์กลาง 12 เดือน และพันธุ์ใหญ่หรือพันธุ์ยักษ์ 12-24 เดือน
ทั้งนี้ควรให้สัตวแพทย์ประเมินว่าน้องพร้อมเริ่มกิจกรรมหนักเมื่อไหร่ ส่วนสุนัขสูงวัยก็ไม่ควรหยุดออกกำลังกายเพียงเพราะอายุมากขึ้น แค่ต้องดูว่ามีปัญหาสุขภาพอย่างข้ออักเสบหรือไม่แล้วปรับให้เหมาะ โดยสุนัขสูงวัยมักเหมาะกับกิจกรรมเบา ๆ อย่างการเดินช้า ๆ
3. สุขภาพ
4. นิสัยเฉพาะตัว
ออกกำลังกายสุนัข วันละกี่นาที ?
สำหรับน้องหมาทั่วไป สัตวแพทย์ให้ตัวเลขขั้นต่ำไว้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยปรับตามสายพันธุ์ อายุ และสุขภาพของน้องแต่ละตัว
- ลูกสุนัข รอบละ 5 นาทีต่ออายุ 1 เดือน วันละ 1-2 รอบ และควรปรึกษาสัตวแพทย์
- สุนัขโตพลังงานต่ำ เดินสบาย ๆ อย่างน้อยวันละ 1 รอบ รอบละ 20-30 นาที
- สุนัขโตพลังงานสูง เดินเร็วอย่างน้อยวันละ 2 รอบ รอบละ 30 นาที
- สุนัขสูงวัย ทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินช้า ๆ และปรับตามปัญหาสุขภาพ
นอกจากนี้ก็ควรพาน้องออกกำลังกายทุกวัน เพราะการขยับสั้น ๆ ทุกวันดีกว่าการออกกำลังกายนาน ๆ แค่สัปดาห์ละครั้ง และต้องใส่ใจสภาพอากาศด้วย เพราะสุนัขบางตัวไวต่ออากาศร้อนหรือหนาวจัด และพื้นที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดก็อาจทำให้อุ้งเท้าบาดเจ็บได้
ในวันที่ร้อนหรืออบอ้าวควรพกน้ำไปด้วยทุกครั้ง ข้อนี้สำคัญมากในเมืองไทยที่อากาศร้อนชื้นเกือบทั้งปี การเลือกพาน้องออกไปช่วงเช้าหรือเย็นที่แดดไม่แรงจะช่วยลดความเสี่ยงได้อีกทาง
7 กิจกรรมออกกำลังกายที่น้องหมาชอบ
1. เดินป่า
2. เล่นเกม เช่น โยนรับของ ชักเย่อ หรือซ่อนหา
3. ว่ายน้ำ
4. คลาสฝึกขั้นสูง เช่น Agility
5. สนามเครื่องกีดขวางทำเองที่บ้าน
6. Dock Diving
7. เล่นกับเพื่อนสุนัขที่เป็นมิตร
สัญญาณว่าน้องหมาออกกำลังกายไม่พอ
1. ปัญหาพฤติกรรม
2. ปัญหาสุขภาพ
สัญญาณว่าน้องหมาออกกำลังกายมากเกินไป
ในทางกลับกัน การออกกำลังกายหนักหรือนานเกินไปก็ทำให้ร่างกายน้องรับภาระหนักได้ ให้ลองสังเกตอาการต่อไปนี้
- พยายามหยุดและนอนลง ระหว่างออกกำลังกาย
- หอบหนัก หายใจแรงและเร็วผิดปกติ
- น้ำลายไหลมากกว่าปกติ
- เหงือกหรือลิ้นแดงจัด
- ตัวแข็งหรือเดินกะเผลกหลังออกกำลังกาย
ถ้าเจออาการเหล่านี้ให้หยุดพักทันที พาน้องเข้าที่ร่มและให้ดื่มน้ำ โดยสัตวแพทย์แนะนำให้เจ้าของเรียนรู้อาการของภาวะเพลียแดดไว้ เพื่อจะได้ช่วยน้องได้ทันเมื่อร่างกายร้อนเกินไป และหากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์






