แฮมสเตอร์ กับเรื่องน่ารู้ก่อนนำหนูมาเลี้ยง

          ทำความรู้จัก แฮมเตอร์ ก่อนตัดสินใจเลี้ยง ทั้งนิสัยใจคอ ความเป็นอยู่ อาหารการกิน และการดูแล พร้อมทั้งวิธีการเลือกซื้อ
 

แฮมสเตอร์

          แฮมสเตอร์ ไม่ใช่หนูธรรมดาที่จะเลี้ยงหรือให้อาหารอย่างไรก็ได้ อีกทั้งหากตั้งใจจะเลี้ยงแฮมสเตอร์แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงอยากจะให้แฮมสเตอร์อยู่กับเราไปนาน ๆ ฉะนั้นแค่ศึกษาวิธีการเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียวอาจน้อยไป หากจะให้ดีควรจะต้องมีความรู้ตั้งแต่การเลือกซื้อแฮมสเตอร์จากร้านขายกันเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ต้องไปหาข้อมูลที่ไหนไกล เพราะเรารวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลี้ยงแฮมสเตอร์มาฝากแล้วค่ะ

แฮมสเตอร์

1. วิธีเลือกซื้อแฮมสเตอร์ 

          สิ่งแรกที่คนคิดจะเลี้ยงแฮมสเตอร์สงสัยมาเป็นอันดับแรกเลยก็คือ มีวิธีเลือกแฮมสเตอร์อย่างไร ? ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็ขอแนะนำว่า ให้ลองศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์ของแฮมสเตอร์ เพื่อเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย จุดที่ชอบและไม่ชอบก่อน จากนั้นก็เลือกสายพันธุ์ที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองมาไว้ในใจ แล้วออกไปสำรวจที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

          โดยเลือกซื้อจากร้านขายสัตว์เลี้ยงที่มีกรงแยกหนูแฮมสเตอร์ระหว่างตัวผู้กับตัวเมียออกจากกันด้วย หากไม่มี ทางผู้ขายก็ควรจะระบุเพศของแฮมสเตอร์ได้ และเมื่อได้ตัวที่ต้องการมาแล้วให้สอบถามเรื่องอายุ ซึ่งอายุแฮมสเตอร์ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ช่วง 4 สัปดาห์ และมีลักษณะที่ดูสะอาดทั่วทั้งลำตัวนับตั้งแต่ใบหูจนถึงปลายหาง

          จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมาพิจารณาที่ขนาดลำตัว โดยซีเรียนแฮมสเตอร์ที่เหมาะสมควรจะเล็กกว่า 5-7 นิ้ว ในขณะที่แฮมสเตอร์รัสเชียน แคมเบลล์ กับวินเทอร์ ไวท์ รัสเชียน จะอยู่ที่ประมาณ 3 นิ้ว ส่วน ไชนีสแฮมสเตอร์ ควรเล็กกว่า 4-5 นิ้ว และโรโบรอฟสกี้ ควรเล็กกว่า 2 นิ้ว

          ส่วนที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ควรซื้อแฮมสเตอร์ในช่วงเย็นหรือหัวค่ำ เพราะเป็นช่วงที่แฮมสเตอร์ส่วนใหญ่ตื่นตัวมากที่สุด ซึ่งง่ายต่อการสังเกตลักษณะเฉพาะตัวและเลือกตัวที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างถูกต้อง

แฮมสเตอร์

2. วิธีเลือกซื้อกรงแฮมสเตอร์

          เมื่อมีแฮมสเตอร์แล้วแน่นอนว่าต้องมีกรงด้วย ซึ่งการเลือกกรงให้เหมาะสมกับแฮมสเตอร์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเคล็ดลับอยู่ที่การเลือกพื้นที่ภายในกรงให้พอดีกับความต้องการของแฮมสเตอร์ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปเท่านั้นเอง และหากต้องการให้แน่ใจว่า แฮมสเตอร์จะไม่หลุดออกจากกรงจริง ๆ ควรเลือกใช้กรงแบบตู้กระจก ซึ่งเป็นกรงที่เหมาะกับทุกสายพันธุ์ด้วย 

          ซึ่งกรงแบบตู้กระจกที่ดีควรมีความยาวอย่างน้อย 3 ฟุต เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวิ่งเล่น วางอาหาร น้ำ ของเล่น ล้อออกกำลังกาย และตาข่ายสำหรับฝึกทักษะในการวิ่งหนีจากศัตรู ส่วนที่วางกรงของแฮมสเตอร์ก็ควรจะอยู่ในบริเวณที่เงียบสงบ ปราศจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่น อย่างเช่น สุนัข กับแมว รวมไปถึงอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มความเครียดให้กับแฮมสเตอร์ได้

          สำหรับคนที่ต้องการใช้กรงแบบทั่วไป ควรตรวจเช็กส่วนต่าง ๆ ของกรงให้ดีว่า ทุกจุดปิดสนิทไม่มีส่วนใดชำรุด หลวม หรือแฮมสเตอร์สามารถถอดออกเองได้ส่วนซี่กรงก็ควรห่างไม่เกิน 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้หนูแฮมสเตอร์หนีออกมา

แฮมสเตอร์

3. การเลี้ยงดูช่วง 2-3 วันแรก

          เมื่อได้แฮมสเตอร์มาแล้วควรกลับบ้าน จับหนูแฮมสเตอร์ใส่กรงทันที และเตรียมอาหารกับน้ำเอาไว้ให้พร้อม แล้วปล่อยแฮมสเตอร์ให้อยู่ลำพังประมาณ 2-3 วันก่อน อย่าเพิ่งชวนเล่นในช่วงนี้ เพราะแฮมสเตอร์กำลังเครียดหลังโดนแยกออกจากฝูง แต่ถ้าหากมีเพื่อนหรือเด็ก ๆ มาเยี่ยมที่บ้านก็ไม่ควรให้พวกเขารบกวนแฮมสเตอร์มากเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจโดนกัดได้ ส่วนตัวคุณก็แค่ทำหน้าที่ให้อาหาร น้ำ และเปลี่ยนที่นอนไปก่อนในช่วงแรก  

          หลังจากที่แฮมสเตอร์เริ่มคุ้นเคยกับบ้านใหม่แล้ว ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ให้ลองยื่นมือเข้าไปในกรง หากแฮมสเตอร์ไม่ท่าทีต่อต้านหรือก้าวร้าว ก็ปล่อยให้แฮมสเตอร์ดมและสำรวจมือของคุณสักพัก เสร็จแล้วก็ลองให้อาหารด้วยมือบ้าง เพื่อให้แฮมสเตอร์ทำความคุ้นเคยกับมือ ไม่กลัว และไม่กัด นอกจากนี้ก็ควรเล่นและให้แฮมสเตอร์พักผ่อนเป็นเวลาตามวงจรชีวิตของมัน และหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรให้คนอื่นเล่น เพราะแฮมสเตอร์จะคุ้นกับมือคุณคนเดียวเท่านั้น

4. การให้น้ำและอาหาร

          สำหรับการให้น้ำควรมีเครื่องให้น้ำสำหรับแฮมสเตอร์โดยเฉพาะ เพราะแฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่กินน้ำไม่มากในแต่ละครั้ง ส่วนการให้น้ำเป็นถ้วยก็อาจทำให้แฮมสเตอร์สำลักน้ำได้ ที่สำคัญควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน หรือไว้นานสุดไม่เกิน 3 วัน

          ในเรื่องของอาหารก็ไม่ควรให้เป็นถ้วยเช่นกัน เพราะจะทำให้แฮมเตอร์มีน้ำหนักมากเกินไป ในขณะเดียวกันก็จะสนใจกิจกรรมต่าง ๆ น้อยลง ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรโรยอาหารเอาไว้ให้ทั่วกรง เพื่อเป็นการกระตุ้นไปในตัว ที่สำคัญคือ ควรให้อาหารเสริม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างเช่น แครอท แตงกวา แอปเปิล และมะเขือเทศ เป็นต้น และไม่ให้กินอาหารของคน

แฮมสเตอร์

5. การรักษาความสะอาดกรง

          การทำความสะอาดกรงแค่ล้างออกด้วยน้ำสะอาดก็เพียงพอแล้ว เพราะการใช้น้ำสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดอาจมีสารเคมีตกค้าง และก่อให้เกิดอันตรายได้เมื่อแฮมสเตอร์เลียหรือกัดกรง ส่วนที่นอนที่ใช้แล้วก็ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก หากใช้ผ้าก็ควรนำผืนใหม่มาปูเป็นที่นอน โดยกรงทั่วไปปูแค่ 3 ชั้นก็ได้ แต่สำหรับตู้กระจกควรปูพื้นให้หนาประมาณ 4-5 ชั้น พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้เศษไม้มารองพื้น เนื่องจากเศษไม้มีน้ำมันและสารเคมีที่เป็นอันตรายกับหนูแฮมสเตอร์มากมาย

6. พื้นที่สำหรับวิ่งเล่น

          สิ่งสำคัญสำหรับการเตรียมพื้นที่ด้านนอกให้แฮมสเตอร์วิ่งเล่นเลยก็คือ บริเวณนั้นจะต้องสะอาด ไม่มีสิ่งของที่เป็นอันตรายกับแฮมสเตอร์ หรือทางออกให้วิ่งหนีได้ หากเป็นไปได้ควรเตรียม 2-3 ที่เอาไว้ให้กับแฮมสเตอร์ ก็จะทำให้แฮมสเตอร์รู้สึกตื่นตัว มีความสนใจสิ่งรอบข้าง และมีความสุขมากกว่า

          ส่วนในกรณีที่สัตว์เลี้ยงตัวอื่นอยู่ในบ้านด้วย ไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเข้าใกล้หรือเจอกับแฮมสเตอร์ กรง สิ่งของอื่น ๆ และบริเวณที่เป็นที่วิ่งเล่นของแฮมสเตอร์ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้แฮมสเตอร์รู้สึกเครียด และนำไปสู่การเจ็บป่วยได้

แฮมสเตอร์

7. เรื่องอื่น ๆ

          - แฮมสเตอร์อาจเบื่อและกัดกรงได้ ฉะนั้นเพื่อป้องกันพฤติกรรมเหล่านี้ ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบ้างเป็นครั้งคราว อย่างเช่น ตำแหน่งที่ตั้งกรง เพิ่มของเล่น หรืออื่น ๆ ยกเว้นกระบอกน้ำกับอาหาร
          - ในกรณีที่แฮมสเตอร์มีอาการเครียด อย่างเช่น นอนหลับมากผิดปกติ ไม่ออกกำลังกาย หรืออื่น ๆ ให้ปรับทุกอย่างเข้าที่เดิม หากจำไม่ได้ก็ควรถ่ายรูปเอาไว้เป็นตัวอย่างก่อนเคลื่อนย้าย

          - หากแก้ไขแล้วแต่อาการของแฮมสเตอร์ยังไม่หายเป็นปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

          แฮมสเตอร์ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่เชื่องกับการโดนเลี้ยงดูมากนัก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้เลี้ยงทุกคนเลยก็คือ ความอดทนและให้เวลาแฮมสเตอร์ในการทำความคุ้นเคยกับเจ้าของสักหน่อย หลังจากนั้นการเลี้ยงดูแฮมสเตอร์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขอแค่อย่านำไปคืนหรือส่งต่อให้คนอื่นก็พอ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แฮมสเตอร์ กับเรื่องน่ารู้ก่อนนำหนูมาเลี้ยง โพสต์เมื่อ 1 กรกฎาคม 2557 เวลา 17:21:47 139,680 อ่าน
TOP