การนอนกับน้องหมาและน้องแมวมีทั้งข้อดีอบอุ่นและข้อเสียที่ควรระวัง มาดูกันว่าการพาน้องขึ้นเตียงมีผลต่อสุขภาพและการนอนของคุณอย่างไร ? ใครเป็นทาสหมา แมว คงเคยฝันอยากให้น้อง ๆ ขึ้นมานอนข้าง ๆ บนเตียง กอดก่อนนอนเพื่อเติมความอบอุ่นและความสุขเล็ก ๆ ของวัน แต่จริง ๆ แล้วการนอนกับสัตว์เลี้ยงก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การนอนหลับ หรือแม้แต่ผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับน้อง ๆ วันนี้เราจะพาไปเจาะทุกแง่มุม เพื่อให้ทาสหมาแมวตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะพาน้องเข้านอนด้วยดีไหม งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การสัมผัสหรือได้อยู่ใกล้สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) และกระตุ้นการหลั่งออกซิโทซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขและความผูกพัน ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจ คลายเหงา และผ่อนคลายก่อนนอน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อยู่คนเดียว การมีสุนัขหรือแมวอยู่ใกล้ ๆ ทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยขึ้น สุนัขบางตัวอาจเห่าหรือขยับตัวเมื่อมีเสียงผิดปกติ ทำให้เจ้าของรู้สึกอุ่นใจมากกว่านอนคนเดียวในห้องเงียบ ๆ การนอนด้วยกันทำให้เกิดความผูกพันมากขึ้น เหมือนเป็นการสร้างช่วงเวลาร่วมกันในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีเจ้าของหลายคนบอกว่า แค่ได้กอดน้องหมาหรือน้องแมวก่อนนอน ก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับความรักกลับคืนมา จังหวะหายใจสม่ำเสมอและความอบอุ่นจากร่างกายของสัตว์เลี้ยงสามารถช่วยให้เจ้าของรู้สึกสงบและหลับลึกขึ้นได้ โดยเฉพาะกับแมวที่ชอบขดตัวอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งการได้ยินเสียงคราง “พรุงพรุง” ของแมวก็อาจช่วยให้เจ้าของรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่อากาศเย็น สัตว์เลี้ยงสามารถเป็นผ้าห่มธรรมชาติได้เลย เพราะความอบอุ่นจากร่างกายของน้องสามารถช่วยให้หลับสบายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องทำความร้อนมากนัก แม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่การนอนกับสัตว์เลี้ยงก็มีข้อเสียที่ควรคำนึงถึง โดยเฉพาะในแง่สุขภาพและคุณภาพการนอนหลับ สัตว์เลี้ยงมีวงจรการนอนต่างจากมนุษย์ อย่างเช่นสุนัขที่มักหลับสั้นและตื่นบ่อย อาจสะดุ้ง เห่าหรือขยับตัวตอนดึก ส่วนแมวก็มักตื่นเล่นตอนกลางคืนและอาจกระโจนขึ้นเตียงตอนตีสาม ผลคือเจ้าของนอนหลับไม่สนิท ตื่นบ่อย หรือรู้สึกไม่สดชื่นในตอนเช้า ขน รังแค หรือฝุ่นละอองที่ติดมากับตัวสัตว์สามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้ แม้แต่คนที่ไม่แพ้ก็อาจมีอาการจมูกอุดตันหรือคันผิวหนังได้หากสัมผัสเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ฝุ่น ควรหลีกเลี่ยงการให้สัตว์เลี้ยงขึ้นเตียง แม้จะอาบน้ำสม่ำเสมอ สัตว์เลี้ยงก็ยังอาจพาเชื้อโรค เห็บ หมัด หรือไรเข้ามาได้ ซึ่งบางชนิดสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือระคายเคืองผิวหนังในคนได้ หากคู่รักนอนเตียงเดียวกัน การมีสัตว์เลี้ยงอยู่ระหว่างกลางอาจลดพื้นที่ส่วนตัวและความใกล้ชิดทางอารมณ์ได้ โดยนักบำบัดบางรายถึงขั้นเรียกว่า Pet Barrier เพราะอาจทำให้คู่รักห่างเหินกันโดยไม่รู้ตัว การให้สัตว์เลี้ยงนอนบนเตียงตลอดเวลาอาจทำให้น้องเกิดพฤติกรรมหวงที่นอนหรือแสดงความเป็นเจ้าของมากขึ้น และบางตัวอาจเกิดอาการก้าวร้าวหรือวิตกกังวลเมื่อถูกกันออกจากห้องในภายหลัง หากคุณยังคงอยากให้สัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ ๆ ตอนนอน ก็สามารถทำได้โดยลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด เช่น ใช้เครื่องฟอกอากาศระบบ HEPA เพื่อลดขนและสารก่อภูมิแพ้ ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง อาบน้ำและแปรงขนสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ ทำความสะอาดอุ้งเท้าก่อนขึ้นเตียง โดยเฉพาะหลังเดินเล่นนอกบ้าน เพิ่มขนาดเตียง เพื่อให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงมีพื้นที่เพียงพอ จัดเตียงสัตว์เลี้ยงแยกไว้ข้างเตียง เพื่อเป็นพื้นที่ของน้องเอง ตั้งกติกากลาง เช่น ให้น้องนอนในเตียงตัวเองตอนกลางคืน แต่สามารถขึ้นมานอนกอดตอนเช้าได้ การนอนกับน้องหมาหรือน้องแมวไม่ผิด หากทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ แค่ใส่ใจความสะอาดและสุขภาพ แต่หากเริ่มหลับไม่สนิทหรือมีอาการแพ้ การให้สัตว์มีเตียงของตัวเองก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน 8 ประโยชน์ของการเลี้ยงแมว แค่เลี้ยงน้องก็ดีต่อสุขภาพหลายด้าน ! วิธีเก็บอาหารสัตว์เลี้ยง ให้สดใหม่ มีกลิ่นหอม มดไม่ขึ้น อาหาร 12 ชนิดที่ไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงกิน เพราะอันตรายถึงชีวิต ขอบคุณข้อมูลจาก : usatoday.com, rand.org, sichc.org, fedhealth.co.za