ไขข้อข้องใจ...เหตุใดแมวถึงเลียขน


เรื่องราวสัตว์เลี้ยง รูปภาพน่ารัก คลิกดูจากมือถือกันคลิกที่นี่ <<




ไขข้อข้องใจ...เหตุใดแมวถึงเลียขน (โลกสัตว์เลี้ยง)


          เหตุใดแมวจึงเลียขนเป็นเวลานาน เหตุผลที่ข้องได้ชัดเจนและรู้กันทั่ว คือเพื่อรักษาความสะอาดของร่างกาย เรามักจะคิดว่าส่วนใหญ่ เจ้าแมวเลียขนตัวเองเพื่อทำความสะอาดขนของตัวเอง แต่แท้จริงแล้วยังมีเหตุผลอีกมากมายที่น้องแมวเลียขน การเลียขนหรือดึงรั้งขน เป็นการกระตุ้นให้ต่อมรากขน ซึ่งอยู่ในขนแต่ละเส้น ขับสารที่อยู่ในต่อมรากขนออกมา ซึ่งช่วยให้น้องเหมียวสามารถกำจัดเศษขนที่หลุดร่วงและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากตัว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้มีการเจริญใหม่ของชั้นผิวหนังและขนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยทำให้ตัวเจ้าเหมียวกันน้ำได้ดีและไม่เปียกฝนอีกด้วย

          การเลียขนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังช่วยทำให้ขนของเจ้าเหมียวเรียบ ขนที่เรียบเป็นฉนวนที่ดี เพราะขนที่ตั้งเป็นฉนวนที่ไม่ดีมันอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับตัวแมวที่อาศัยอยู่ในเขตอากาศหนาวได้ และไม่ใช่เพียงอากาศหนาวเท่านั้นที่เป็นปัญหาสำหรับเจ้าเหมียว อากาศร้อนอบอ้าวแบบภูมิอากาศในบ้านเราก็เป็นปัญหาสำคัญสำหรับเจ้าเหมียวเหมือนกัน

          ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว ร่างกายเจ้าเหมียวจะสะสมความร้อนเอาไว้ในตัว ยิ่งร้อนมากเท่าไรความร้อนในตัวก็จะเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น เพราะแมวไม่มีต่อมเหงื่อเหมือนคน เขาจึงไม่สามารถระบายความร้อนในรูปแบบเหงื่อได้เหมือนคน วิธีที่ดีที่สุดที่เจ้าเหมียวทำได้ ก็คือเลีย..เลีย.. และก็เลียขนของตัวเองในช่วงนั้น แม้การหอบจะช่วยระบายความร้อนได้บางแต่ก็ไม่เพียงพอ ทางออกที่ดีที่สุดจึงต้องอาศัยการเลียขนให้ทั่วตัว ให้ขนเปียกเข้าไว้ให้มากที่สุด เมื่อน้ำลายระเหยออก ก็เหมือนกับเหงื่อระเหยออกจากผิวหนังของคนยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ...

          หากแมวถูกแสงแดดพวกมันจะเลียขนของตัวเองมากขึ้น แต่!! ไม่ใช่เพื่อระบายความร้อนนะ อย่าเข้าใจผิด...หากที่เลียขนนั้นเพราะว่าแสงแดดที่ส่องลงมา ทำปฏิกิริยากับขนของแมวจนเกิดสารอาหารที่จำเป็นชนิดหนึ่งซึ่งก็คือ วิตามินดี แมวจะรับวิตามินดีด้วยการเอาลิ้นไปเลียขนที่ถูกแสงแดด เพื่อรับสารอาหารชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายนั่นเอง

          พฤติกรรมการเลียขนของเจ้าเหมียว ส่วนหนึ่งมาจากอาการเครียด เวลาแมวเครียด มีความกังวล หรือรู้สึกไม่ดี ก็มักจะแสดงออกโดยการเลียขนของตัวเอง แบบเดียวกับที่คนเราเกาศีรษะเมื่อเกิดอาการเครียด หรือคิดอะไรไม่ออก เมื่อเผชิญกับสภาวะความขัดแย้ง เจ้าเหมียวส่วนใหญ่ที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้มักจะแสดงออกด้วยการเลียขน O_O



 


          บรรดาเจ้าของน้องแมว มักจะต้องเคยเห็นเจ้าแมวเลียขนของตัวเองทันที เมื่อเวลาเจ้าของจับ หรือนำมาอุ้มกอดเล่นที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเจ้าเหมียวต้องการให้ขนที่ยุ่งเหยิงหลังจากผ่านการกอดรัดฟัดเหวี่ยงจากเจ้าของ ให้กลับมาเรียบสวยเหมือนเดิม และประการสำคัญ ที่น้องเหมียวทำแบบนี้ก็เพราะต้องการให้เกิดความสมดุลของกลิ่น.....เมื่อเวลาบรรดาเจ้าของอุ้มน้องเหมียว กลิ่นตัวของท่านจะกลบกลิ่นตัวของแมวระดับหนึ่ง การเลียแต่งขนจึงช่วยให้เกิดความสมดุลของกลิ่น ช่วยลดกลิ่นของท่านลง และเติมกลิ่นของน้องแมวลงไปบนลำตัวของมันแทน

          สำหรับมนุษย์แล้ว การมองเห็นคือ สิ่งสำคัญ แต่สำหรับโลกของเจ้าเหมียว กลิ่นคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่า และการที่มีกลิ่นมนุษย์ติดตัวเจ้าเหมียวมากเกินไป ถือเป็นสิ่งรบกวนต่อตัวของเจ้าเหมียวเอง เขาจึงต้องกำจัดให้กลิ่นเหล่านี้ให้หมดไปโดยทันที ไม่รีรอ การเลียขนจากการที่ถูกสัมผัสจากเจ้าของยังทำให้เจ้าเหมียวลิ้มรสของเจ้าของ เพื่ออ่านสัญญาณที่ได้รับจากกลิ่นที่มาจากต่อมเหงื่อของมือเราได้ ซึ่งความสามารถพิเศษนี้ เจ้าของอย่างเรา ๆ ทำไม่ได้แน่นอน.....ใช่ม๊า




     
           และอีกหนึ่งประการ ที่เจ้าแมวเลียขน ก็เพื่อเพิ่มสายใยรักให้แก่กันและกัน ลูกแมวแรกเกิด จนมีอายุถึง 3 สัปดาห์จะมีแม่แมวคอยดูแลแต่งขนให้ แม่แมวยังเป็นผู้จัดการสอนให้ลูกเลียขน ไม่ใช่เพียงแต่ลูกแมวกับแม่แมวเท่านั้นที่เลียขนให้กัน แมวโตที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกัน และมีความสำคัญสนิทสนมกันก็เลียขนให้แก่กันและกันด้วย วัตถุประสงค์ที่สำคัญนั้นมิใช่เพียงแต่รักษาความสะอาดให้แก่กันและกันเท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มสายใยมิตรภาพให้ระหว่างแมวทั้งสองตัว ตำแหน่งที่บรรดาแมว ๆ มักจะเลียให้กัน คือตำแหน่งที่ตัวเองเลียไม่ถึง จึงต้องพึ่งลิ้นตัวอื่น เช่น บริเวณหลังกกหู เป็นต้น ..^_^

          เห็นไหมล่ะคะ ว่าการเลียขนในชีวิตประจำวันของน้องเหมียวนั้น สำคัญมากขนาดไหน ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องสงสัยเลยล่ะว่าในแต่ละวัน เจ้าเหมียวของคุณ ๆ ทำไมถึงอุทิศเวลาอันมีค่าให้กับการเลียขน แต่ทุกสิ่งบนโลกนี้มีได้ก็ต้องมีเสีย พฤติกรรมการเลียแมวไม่ใช่มีแต่ประโยชน์ โทษก็มีเหมือนกัน หากเป็นแมวที่ขนร่วงง่าย ๆ และขนยาวมาก ๆ เส้นขนที่เลีย จะสะสมปริมาณมากในทางเดินอาหารจนกลายเป็นก้อนขน (Hairball) และอุดตันทางเดินอาหารได้ง่าย ๆ แต่โดยปกติแล้วแมวสามารถสำรอกก้อนขนเหล่านี้ออกมาได้โดยไม่มีปัญหา แมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับความรู้สึกมักจะเจอกับปัญหาก้อนขนได้ง่าย ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว บรรดาเจ้าของน้องเหมียว จึงต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่หาสาเหตุของความเครียด ความกังวลของน้องเหมียว และช่วยแก้ปัญหาให้เขา ส่วนแมวที่ขนร่วงง่ายหรือขนยาว เจ้าของแมวต้องคอยหมั่นแปรงขนให้เค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันขนพันตกค้างเป็นระยะ ๆ...

          พฤติกรรมการเลียแต่งขนของแมวเหมียวมักจะมีรูปแบบเป็นชุดที่เรียกว่า “การล้างสางขน” มีขั้นตอนประกอบไปด้วย

          1.    เลียปาก
          2.    เลียด้านข้างของอุ้งเท้าข้างหนึ่งจนเปียก
          3.    เอาอุ้งเท้าข้างที่เปียกถูบนหัว หู แก้ม และคาง
          4.    ทำให้อุ้งเท้าอีกข้างเปียกด้วยวิธีการเดิม
          5.    เอาอุ้งเท้าที่เปียกถูข้างหัว
          6.    เลียขาหน้าและไหล่
          7.    เลียลำตัว
          8.    เลียบริเวณอวัยวะเพศ
          9.    เลียเท้าหลัง
          10.  เลียหางจากโคนถึงปลาย

          และทั้งหมดนี้ก็เป็นขั้นตอนแต่ละขั้นที่เจ้าเหมียวของเราใช้แต่งองค์ทรงเครื่องตัวเขาแหละคะ การเลียแต่งขนนี้ หากเจ้าเหมียวพบอุปสรรคอย่างเช่นขนกระจุกของเส้นขนพันกันยุ่ง เจ้าเหมียวจะใช้ฟันของมันแกะหรือแทะเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็จะจัดการเลียขนของตัวเองต่อไป การแทะเท้าและกรงเล็บเป็นสิ่งที่บรรดาน้องเหมียวมักจะทำเช่นเดียวกันเพื่อกำจัดดินและสิ่งสกปรกออกไป และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งานของกรงเล็บ

          กระบวนการทำความสะอาดอันซับซ้อนของแมวนี้ แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ ตัวอย่างเช่นหนูจะใช้เท้าหน้าทั้งคู่ในการแต่งขนที่หัว ขณะที่แมวจะใช้ด้านข้างอุ้งเท้าหน้าและบางส่วนของเท้าหน้าในการแต่งขน นอกจากนี้หนูยังนั่งบนหลังเท้าของมัน และใช้เท้าทั้งสองข้างสำหรับการแต่งขน แต่แมวจะใช้เท้าหน้าที่จะสลับกันไปพร้อมกับถ่ายน้ำหนักตัวไปยังเท้าที่ไม่ได้ใช้งาน สิ่งเหล่านี้โดยทั่วไปมนุษย์อย่างเรา ๆ ไม่ค่อยจะสังเกตถึงความแตกต่างสักเท่าไหร่ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่รู้ไว้ใช่ว่า......ใส่บ่าแบกหาม จริงไหมละค๊า



รวมเรื่องสัตว์เลี้ยง ทั้ง สุนัข แมว ปลา ฯลฯ พร้อมวิธีดูแลสัตว์เลี้ยง คลิกเลย

         คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก






คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

แอพแรกที่คุณเลือก