



พังยุ้ยล้มแล้วหลังลากซุงจนพิการ (ไทยรัฐ)
เจ้าของ พังยุ้ย เชิญพระอาจารย์แดง สวดบังสกุลก่อนนำฝังบริเวณสุสานช้างในเพนียดแพทย์เผยก่อนตายดวงตาเริ่มมีน้ำตาไหลเป็นพองสีขาวบ่งบอกถึงความเจ็บปวดก่อนสิ้นใจ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (15 ก.ย.) นายทองเหรียญ มีพันธ์เจ้าของวังช้างอยุธยา และ เพนียด ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยาจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ช้างพังยุ้ย ช้างแก่ อายุ 80 ปีซึ่งเป็นช้างที่ถูกนายทุนใช้ลากซุงตลอดทั้งชีวิต จนสภาพร่างกายซูบผอมโครงสร้างกระดูกเสีย ขาคู่หลังเล็กกว่าขาคู่หน้า หัวเข่าบวมได้ถูกปลดระวางหลังทำงานไม่ไหว วังช้างอยุธยาและเพนียด และมูลนิธิคลบาลได้ไปซื้อมาฟื้นฟูร่างกายและสภาพจิตใจ มานานกว่า 10 ปีถูกนำมาเลี้ยงไว้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิคชบาลมาโดยตลอดมีน้ำหนักตัวประมาณ 3,500 กิโลกรัม ได้ล้มป่วยลง วันนี้อาการทรุดหนักอาการยังน่าเป็นห่วง การรักษาผ่านไป 24 ชั่วโมง พบ เพดาน ริมปากแห้งเผือดน้ำหนักตัวกว่า 3ตันกดทับขาหลังที่ยืนไม่ได้ซึ่งทีมสัตวแพทย์เป็นห่วงว่าจะติดเชื้อ
ต่อมาพบบริเวณปากทวารหนักเปิดลำไส้ปากทวารหนักเริ่มไหลทะลักออกมาเป็นแผลอักเสบบวมเปล่งซึ่งทีมแพทย์ไปพบแล้วเกิดกังวลในการรักษาอย่างมากเนื่องจากแผลปากทวารหนักที่ไหลออกมาถูกลำตัวพังยุ้ยนั่งขยับกดทับจะทำให้ติดเชื้อง่ายยิ่งขึ้นขณะนี้ทีมแพทย์กำลังหารือว่าจะดำเนินการรักษาอย่างไรต่ออาจจะต้องหาผ้ายางที่มีความนุ่มมารองรับตัวพังยุ้ยเพื่อบรรเทาแผลที่เกิดจากกการกดทับ และตลอดระยะเวลาพังยุ้ยอยู่ในอาการกะสับกระส่ายพยายามใช้งวงพยุงตัวขึ้นมาแต่ไม่มีแรงที่สามารถจะพยุงตัวลุกยืนเหมือนปกติได้คณะแพทย์ได้นำยางมาพันรอบราวเหล็กเพื่อป้องกันงวงพังยุ้ยอักเสบหรือเป็นแผลติดเชื้อ โดยเฉพาะที่ดวงตาของพังยุ้ยเริ่มมีน้ำตาไหลออกมาและไหลผิดปกติน้ำตาเป็นพองสีขาว ซึ่งบ่งบอกถึงว่าเจ็บปวดตามร่างกายเป็นที่น่าเวทนาของผู้พบเห็น
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.40น.ช้างพังยุ้ยได้ล้มลงอย่างสงบภายในเพนียดคล้องช้าง เพราะทนพิษบาดแผลติดเชื้อไม่ไหว และได้นิมนต์พระอาจารย์แดงวัดป้อมรามัญมาสวดบังสกุลทำพิธีโดยมีม.จ.หญิงรังษี นภดล ยุคลเดินทางมาร่วมไว้อาลัยแล้วนำรถแบคโฮขุดหลุมฝังกลบบริเวณสุสานช้างในเพนียดด้วยบรรยากาศเศร้าสลดของคนเลี้ยงช้างจำนวนมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก มติชนออนไลน์





