เหมียวแสบหายไป 14 เดือน เจออีกทีอ้วนตุ๊ต๊ะ ที่แท้ แอบไปอยู่โรงงานอาหารแมว

        แมวหายจากบ้านไป 14 เดือน เจ้าของสุดเศร้า หาที่ไหนก็ไม่เจอ ที่ไหนได้แอบไปอยู่โรงงานอาหารแมวแถวบ้าน ขโมยกินอาหารทุกวัน จนกลายเป็นแมวอ้วน โรงงานเผย ต้องวางแผนยกใหญ่ กว่าจะล่อจับได้

เหมียวแสบหายไป

        ไคลฟ์ (Clive) คือแมวพันธ์ุนอร์วีเจียน ฟอเรสต์ เพศผู้ วัย 9 เดือน ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวเจ้านายในประเทศอังกฤษ มันเป็นแมวที่น่ารักน่าเอ็นดู แต่ก็แสบใช่ย่อย และมีนิสัยหลายอย่างที่ทำให้เจ้าของต้องปวดหัวอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือการชอบออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านเป็นประจำ แต่ก็กลับเข้าบ้านตามปกติอยู่ทุกครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งในเดือนธันวาคม 2557 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ไคลฟ์ออกไปนอกบ้านเหมือนกับทุก ๆ วัน ตอนแรก โจนาธาน และ ทันยา ไอรอนส์ สามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของ ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเป็นนิสัยปกติของไคลฟ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนมืดค่ำ ไคลฟ์ก็ยังคงไม่กลับบ้านเสียที

        โจนาธานและทันยาโศกเศร้าอย่างมาก พวกเขากังวลไปหมดทุกอย่าง ทั้งกลัวว่าอาจจะมีคนจับไคลฟ์ไป กลัวว่ามันจะโดนหมากัด รถชน หรือได้รับอันตรายอย่างอื่น เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไคลฟ์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะปรากฏตัว ไม่มีใครรู้ว่ามันหายไป หรือมีชะตากรรมอย่างไร แต่แล้วในวันหนึ่ง ครอบครัวก็ได้รู้ข่าวไคลฟ์อีกครั้ง สิ่งที่ทำให้ทุกคนช็อกก็คือ มันไม่ได้หายไปไหนไกลเลย และตลอดเวลาที่หายไป มันมีความสุขมาก ๆ อย่างเห็นได้ชัด แถมอ้วนขึ้นอีกหลายกิโล

        เรื่องราวน่ารักชวนยิ้มของเจ้าเหมียวจอมแสบตัวนี้ ถูกหยิบยกมารายงานโดยเว็บไซต์บอร์แพนด้า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561 โดยหลังจากที่ไคลฟ์หายไปจากบ้าน โจนาธานและทันยาได้ติดโปสเตอร์ประกาศตามหามันทั่วชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งประกาศตามหาผ่านทางเฟซบุ๊ก ทันยาเปิดเผยอย่างเจ็บปวดว่า เจ้าเหมียวตัวแสบของเธอรักการผจญภัยมาก เธอกลัวว่าจะมีใครมาเอาตัวมันไป เพราะมันน่ารัก และทุกคนก็รักมัน เวลาผ่านไปเป็นเดือน หลายเดือน จนผ่านไปเป็นปี ความหวังในการตามหาไคลฟ์ก็เริ่มริบหรี่ลงทุกที โจนาธานและทันยาก็ได้แต่ทำใจ เพราะพวกเขาอาจไม่ได้พบเจอเจ้าไคลฟ์อีกแล้ว

เหมียวแสบหายไป

        แต่แท้จริงแล้ว ไคลฟ์ไม่ได้หนีไปไหนไกลเลย โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 พนักงานประจำโรงงานผลิตอาหารสัตว์เคนเนลเกต สาขาเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ พบว่าอาหารแมวส่วนหนึ่งได้หายไปอย่างปริศนาเป็นประจำ กล่องบรรจุอาหารแมวหลายกล่องมีร่องรอยถูกกัดแทะ และพบอุจจาระแมวหลายจุด พวกเขาเฝ้ารอดูจนพบว่าหัวขโมยคือแมวตัวหนึ่ง

        ไดแอนน์ กัสคิล หัวหน้าควบคุมฝ่ายสายการผลิต เปิดเผยว่า เธอและทีมพนักงานพยายามจับมันอยู่หลายสัปดาห์แต่ก็ไม่สำเร็จ แมวแสบตัวนี้ถึงขั้นวิ่งผ่านไปผ่านมา และทิ้งอาหารแมวเป็นทาง ราวกับต้องการเย้ยพนักงานว่า "จับให้ได้สิ ถ้าพวกเจ้าแน่จริง" ทางด้านโคลิน ลูอิส ผู้อำนวยการฝ่ายขาย กล่าวว่า การจับขโมยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะโกดังเก็บอาหารแมวมีขนาดใหญ่ เกือบ 1,900 ตารางเมตร


เหมียวแสบหายไป
        โคลินกับไดแอนน์ และทีมพนักงาน จึงประชุมหารือกัน เพื่อหาทางจับขโมยแสบตัวนี้ จนได้ไอเดียว่าจะวางกับดักจับมัน โดยพวกเขาไปขอกรงขนาดย่อมมาจากหน่วยงานช่วยเหลือสัตว์ท้องถิ่น จัดการวางกรงเอาไว้ในโกดัง วางอาหารล่อแมวเอาไว้ด้านใน เมื่อแมวหลงกลเข้ามาติดกับ น้ำหนักแมวก็จะทำให้ประตูกรงปิด ในเช้าวันต่อมา ไดแอนน์เข้ามาตรวจสอบกับดักและพบว่ามันได้ผล โจรลักอาหารแมวนอนส่งเสียงร้องเหมียว และขู่ฟ่ออยู่ในกรงเพราะออกไปไม่ได้ แต่ก็ทำหน้าเศร้ายอมรับชะตากรรมว่าตัวเองถูกจับได้แล้ว และหัวขโมยนี้ไม่ใช่แมวที่ไหน เป็นเจ้าไคลฟ์นั่นเอง

        ไดแอนน์และโคลินพาหัวขโมยตัวนี้ไปส่งที่คลินิกสัตว์ เพื่อให้สัตวแพทย์ลงโทษ เอ๊ย ตรวจร่างกาย โดยสัตวแพทย์พบว่าบนตัวเหมียวตัวนี้มีไมโครชิปฝังเอาไว้ รายละเอียดด้านในระบุชื่อของมัน รวมทั้งข้อมูลของเจ้าของ ซึ่งก็คือครอบครัวไอรอนส์ ผู้อาศัยอยู่ห่างจากโรงงานอาหารแมวไปแค่ประมาณ 3.2 กิโลเมตร เท่านั้น

เหมียวแสบหายไป

        เมื่อพวกเขาติดต่อไปแจ้งว่าพบไคลฟ์ ทันยาและโจนาธานช็อกมาก และแทบไม่อยากเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง พวกเขารีบเดินทางมายังคลินิกเพื่อมารับตัวแมวสุดรักที่หายไปจากบ้านร่วม 14 เดือน และเมื่อเห็นหน้ามันอีกครั้ง ทุกคนก็ต้องอึ้ง เพราะเจ้าเหมียวน้อย ๆ ตัวนั้นกลายแมวยักษ์อ้วนตุ๊ต๊ะ มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าเดิมถึง 2 เท่า อันเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย กินดีอยู่ดีอยู่ในโรงงานอาหารแมว

        "ตอนที่ไคลฟ์หายไปจากบ้าน มันยังเป็นเหมียวน้อยอายุแค่ 9 เดือนเองค่ะ ตอนเราเจอมันอีกครั้ง ทุกคนช็อกมาก เพราะมันตัวใหญ่มาก อ้วนกว่าเดิมแบบแทบจำไม่ได้ ตอนแรกเนื้อตัวงี้เหม็นเชียว แต่ตอนนี้กลับมาหล่อและหอมฟุ้งแล้ว ไคลฟ์จำพวกเราได้ทันทีค่ะ มันไม่เคยลืมเราเลย ทุกอย่างเหมือนเดิม เพิ่มเติมแค่ความอ้วนของมัน ก่อนหน้านี้เจ้าแมวแสบไม่ค่อยกินเก่งค่ะ แต่กินไว เพราะกลัวว่าพี่ ๆ ของมันจะแย่งอาหาร" ทันยา กล่าว

        ทันยาเปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ไคลฟ์ไปใช้ชีวิตเป็นราชาแมวในสวรรค์ที่เต็มไปด้วยอาหารแมวมาแล้ว มันก็กลายเป็นยอดเหมียวกินจุ เวลาจะให้อาหารมันแต่ละครั้ง เธอต้องจัดให้แบบชามใหญ่ มาแบบกะละมัง และมันก็กินไม่หยุดทั้งวันอีกด้วย

        ส่วนเรื่องจับแมวไดเอตนั้นไว้ค่อยว่ากันทีหลัง เพราะตอนนี้ทันยาคงต้องปล่อยไคลฟ์กินแบบให้เต็มที่ไปก่อน เป็นการรับขวัญกลับบ้าน ดังนั้นกินเข้าไปเลยลูก ตอนนี้คงเรียกว่าแมวไม่ได้แล้วล่ะ คงต้องเรียกว่าเป็นก้อนขนนุ่มนิ่มสุดแฮปปี้ เพราะทั้งอ้วน ทั้งขี้เกียจ หวังว่าต่อไปนี้คงไม่หนีออกไปผจญภัยในโรงงานอาหารแมวอีกแล้วนะ เพราะมนุษย์คิดถึงม้ากกมาก อย่าทิ้งกันอีกเลยยยยย

เหมียวแสบหายไป

เหมียวแสบหายไป

เหมียวแสบหายไป
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เหมียวแสบหายไป 14 เดือน เจออีกทีอ้วนตุ๊ต๊ะ ที่แท้ แอบไปอยู่โรงงานอาหารแมว โพสต์เมื่อ 25 ธันวาคม 2561 เวลา 17:22:59 29,897 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP