โรคพิษสุนัขบ้า โรคร้ายที่รักษาไม่ได้แต่ป้องกันได้ !

โรคพิษสุนัขบ้า

          โรคพิษสุนัขบ้า โรคในสุนัขที่สามารถติดต่อสู่คน ถึงแม้จะยังไม่มีวิธีรักษา แต่ก็สามารถป้องกันได้ มาทำความรู้จักโรคพิษสุนัขให้ดียิ่งขึ้น จะได้หาทางป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างถูกต้อง 

          จากกรณีหนุ่มวินมอเตอร์ไซค์ ให้อาหารสุนัขจรจัดและโดนกัดที่มือ จนติดเชื้อพิษสุนัขบ้าเสียชีวิต ข่าวพิษสุนัขบ้าดังกล่าวทำให้หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงประชาชนตื่นตัวและตระหนักได้ว่ายังคงมีการระบาดของโรคนี้อยู่ ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่ร้ายแรงอีกโรคหนึ่ง เมื่อติดต่อสู่คนแล้วไม่สามารถรักษาได้ อย่างไรก็ตามวิธีป้องกันโรคนี้ก็ยังมีอยู่ วันนี้กระปุกดอทคอมก็นำข้อมูลเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า อาการโรคพิษสุนัขบ้า วิธีรักษาโรคพิษสุนัขบ้าน และวัคซีนฉีดป้องกันพิษสุนัขบ้ามาฝากค่ะ 

โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร

          โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ (Rabies Virus) ซึ่งเชื้อนี้จะก่อโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเลือดอุ่นทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ค้างคาว วัว ควาย ลิง ชะนี กระรอก กระแต เสือ หมี หนู รวมถึงคน 

           สัตว์นำโรคที่สำคัญที่สุดคือ สุนัข โดย 95% ของผู้ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจากสุนัขทั่วโลก พบผู้ป่วยมากที่สุดในทวีปเอเชียและแอฟริกา ซึ่งโรคนี้ก็มีโอกาสเกิดในคนได้เช่นกัน โดยในปี พ.ศ. 2549 ได้พบโรคพิษสุนัขบ้าในคนจำนวน 3 คน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคนี้ ไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า มักจะเสียชีวิตทั้งหมด

การติดต่อ

          เชื้อไวรัส เรบี่ส์ (Rabies Virus) สามารถติดต่อสู่คนได้โดยการถูกสัตว์ที่เป็นโรค กัด ข่วน เลีย น้ำลายกระเด็นเข้าทางตา ปาก หรือทางผิวหนังที่มีบาดแผล ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2-8  สัปดาห์ แต่อาจสั้นเพียงแค่ 7 วันหรือยาวเกินกว่า 1 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความรุนแรงของบาดแผล ปริมาณของเชื้อที่ได้รับ เชื้อสามารถติดต่อจากสุนัขสู่สุนัขและจากสุนัขสู่คน ส่วนการติดต่อจากคนสู่คนนั้นจะพบได้น้อยมาก ๆ

โรคพิษสุนัขบ้า

อาการโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข

          อาการโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ หลังการติดเชื้อดังนี้

          - อาการระยะเริ่มแรก : อุปนิสัยและอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากสุนัขที่มีนิสัยชอบเล่นคลุกคลีกับเจ้าของก็จะแยกตัวออกไป มีอารมณ์หงุดหงิด ส่วนสุนัขที่เคยตื่นกลัวไม่เคยคลุกคลีกับเจ้าของ ก็จะเดินเข้ามาหาหรืออยากจะคลุกคลีด้วย นอกจากนี้สามารถสังเกตได้จากม่านตาที่จะขยายมากกว่าปกติ เพราะมีการตอบสนองต่อแสงลดลง

          -  อาการระยะตื่นเต้น : ในระยะนี้สุนัขจะเริ่มมีอาการกระวนกระวาย ตอบสนองรุนแรงต่อเสียงหรือสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ กัดทำลายสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้าง วิ่งไปมาอย่างไร้จุดหมาย ไม่แสดงอาการเจ็บปวดเมื่อมีบาดแผล เสียงหอนจะผิดไปจากเดิม เนื่องจากเกิดการอัมพาตของกล้ามเนื้อกล่องเสียง ลิ้นห้อยและเป็นสีแดง น้ำลายไหล และอาจแสดงอาการขยอกหรือขย้อนคล้ายมีสิ่งแปลกปลอมติดในลำคอ

          - อาการระยะอัมพาต : อาการระยะนี้จะสั้นมาก จะมีอาการขาอ่อนเปลี้ยโดยเฉพาะขาหลัง เนื่องจากความสัมพันธ์ในการทำงานของกล้ามเนื้อเปลี่ยนไป สุนัขจะล้มลงแล้วลุกไม่ได้ เกิดเป็นอัมพาตขึ้นทั่วตัวอย่างรวดเร็วแล้วตาย

          ***โดยทั่วไปพบว่าสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าส่วนใหญ่ จะแดงอาการในระยะตื่นเต้นให้เห็นเด่นชัดหรือเรียกว่าเป็นบ้าแบบดุร้ายมากกว่าแสดงอาการในระยะอัมพาตเด่นชัดหรือบ้าแบบซึม

          ส่วนอาการของโรคพิษสุนัขบ้าที่เกิดในคนเป็นการอักเสบของสมองและเยื่อสมอง 2 - 3 วันแรกจะปวดเมื่อยตามตัว มีไข้ ชา เจ็บเสียว หรือปวดบริเวณรอยแผลที่ถูกกัด คันอย่างรุนแรงที่แผลและล้าตัว ทั้งนี้อาการของผู้ป่วยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มได้แก่

          - แบบคลุ้มคลั่ง : จะมีอาการกระวนกระวาย ระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ ประสาทหลอน อาจมีชัก หายใจหอบ หมดสติและเสียชีวิตในที่สุด

          - แบบอัมพาต : เป็นอาการที่พบได้น้อย โดยมีอาการอัมพาตของแขน ขา พูดไม่ชัด น้ำลายมาก มีอาการกลัวน้ำ กลัวลม พบได้ประมาณร้อยละ 50 หลังแสดงอาการจะอยู่ได้นานกว่าแบบคลุ้มคลั่งและจะเสียชีวิตในที่สุด 

          - โรคพิษสุนัขบ้า โรคติดต่อร้ายแรงที่อยู่ไม่ไกลตัว 

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 

          สำหรับสุนัขสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน โดยนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนเมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไป และฉีดซ้ำทุกปี และสำหรับคนให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสและลดความเสี่ยงจากการถูกสุนัขกัดหรือโดนทำร้ายโดยปฏิบัติตาม คำแนะน้า 5 ย ของกระทรวงสาธารณสุข

          1. อย่าแหย่ ให้สุนัขโมโห โกรธ

          2. อย่าเหยียบ หาง หัว ตัว ขา หรือ ทำให้สุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ ตกใจ

          3. อย่าแยก สุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า

          4. อย่าหยิบ ชามข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขก้ำลังกินอาหาร 

          5. อย่ายุ่งหรือเข้าใกล้กับสุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ นอกบ้านที่ไม่มีเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ

          กรณีหากถูกสุนัขบ้าหรือถูกสุนัขจรจัด แมว หรือสัตว์อื่น ๆ กัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีน ซึ่งจะช่วยลดอัตราเกิดโรคได้ถึงร้อยละ 80-90 และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้เร็วที่สุดเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคจนครบตามที่แพทย์แนะนำ

          เมื่อสุนัขของตนเองถูกสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด ให้เจ้าของตัดสินใจว่าจะเลี้ยงต่อหรือจะทำการการุณยฆาต (Euthanasia) หรือการทำการฉีดยาให้เสียชีวิต ถ้าเจ้าของต้องการจะดูแลต่อต้องทำการกักตัวสุนัขไว้เป็นเวลา 6 เดือน โดยให้ฉีดวัคซีนทันทีหลังจากถูกกัดและคอยสังเกตอาการ ถ้ามีการแสดงอาการของโรค ให้ทำการการุณยฆาตทันที แต่ถ้าไม่มีการแสดงอาการใด ๆ 1 เดือนก่อนปล่อยตัวให้ทำการฉีดวัคซีนอีกครั้งแล้วค่อยทำการปล่อยไปใช้ชีวิตตามปกติและที่สำคัญควรต้องทำวัคซีนเป็นประจำต่อเนื่องต่อไป

          หากพบเห็นสัตว์ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า คือ มีอาการ หางตก เดินโซเซ น้ำลายย้อย ลิ้นห้อย ตาขวาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือผู้น้าชุมชน และให้ช่วยกันจับ อย่างระมัดระวังอย่าให้ถูกกัด แล้วกักสัตว์ไว้ดูอาการ 10 วัน หากสัตว์ตายให้นำหัวสัตว์ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป

โรคพิษสุนัขบ้า

วัคซีนฉีดป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

          วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้จากการนำเชื้อเรบี่ส์ (Rabies virus) ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงโดยวิธีการเฉพาะ ซึ่งเชื้อจะถูกทำให้ตายก่อนที่จะนำมาฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสามารถทำได้ 2 แบบ คือ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular; IM) และฉีดเข้าในผิวหนัง (Intradermal; ID)

          - PDEV (Purified Duck Embryo Cell Rabies Vaccine;) เป็นวัคซีนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงไวรัสในตัวอ่อนไข่เป็ดที่ฟักแล้ว (embryonated duck eggs) เท่านั้น มีลักษณะเป็นวัคซีนผงแห้งพร้อมน้ำสำหรับทำละลาย (sterile water for injection) เมื่อละลายแล้วมีลักษณะเป็นสารแขวนตะกอนสีขาว ขุ่นเล็กน้อย แนะนำให้ฉีดแบบ IM

          - HDCV (Human Diploid Cell Rabies Vaccine) เป็นวัคซีนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงไวรัสใน human diploid cell มีลักษณะเป็นวัคซีนผงแห้งพร้อมน้ำสำหรับทำละลาย (sterile water for injection) เมื่อละลายแล้วมีลักษณะใส สีชมพู แนะนำให้ฉีดแบบ IM เท่านั้น

          - PCECV (Purified Chick Embryo Cell Rabies Vaccine) เป็นวัคซีนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงไวรัสใน primary chick embryo fibroblast cell มีลักษณะเป็นวัคซีนผงแห้งพร้อมน้ำสำหรับทำละลาย (sterile water for injection) เมื่อละลายแล้วมีลักษณะใส ไม่มีสี สามารถฉีดได้ทั้งแบบ IM และ ID

          - PVRV (Purified Vero Cell Rabies Vaccine) เป็นวัคซีนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงไวรัสใน vero cells มีลักษณะเป็นวัคซีนผงแห้งพร้อมน้ำเกลือสำหรับทำละลาย เมื่อละลายแล้วมีลักษณะใส ไม่มีสี สามารถฉีดได้ทั้งแบบ IM และ ID

          ถึงแม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคที่รักษาไม่ได้เมื่อติดต่อสู่คน แต่ก็ยังมีวัคซีนฉีดป้องกันทั้งในหมาและในคน ทั้งนี้ก็ต้องระมัดระวังด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหมาที่ไม่ทราบที่มาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก   

ขอขอบคุณข้อมูลประกอบจาก WHO, Peteducation, Healthline, สภากาชาดไทย, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ รพ. สัตว์ ม.เกษตรศาสตร์ หัวหิน


คิดอย่างไรกับเรื่อง: โรคพิษสุนัขบ้า โรคร้ายที่รักษาไม่ได้แต่ป้องกันได้ ! ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
โรคพิษสุนัขบ้า โรคร้ายที่รักษาไม่ได้แต่ป้องกันได้ ! โพสต์เมื่อ 8 กันยายน 2559 เวลา 15:39:01 7,544 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP