ข่มขืนช้างมีจริง - ควาญเผย ถึงขั้นตะโพกหลุด

 



ข่มขืนช้างมีจริง - ควาญเผย ถึงขั้นตะโพกหลุด (ไทยรัฐ)

         กรณี น.ส.แอนโทเน็ต แวนเดอ วอเตอร์ นักอนุรักษ์ช้าง และ นักเขียนหนังสือชาวฮอลแลนด์ ได้เขียนหนังสือเรื่องช้างที่ต้องปลดปล่อย ได้นำภาพช้างเพศเมียถูกจับล่ามโซ่ที่ขาหลังทั้ง 2 ข้าง ในลักษณะที่ขึงพืด กับต้นไม้ 2 ต้น และ ขาหน้าถูกล่ามโซ่ติดกัน โดยมีช้างเพศผู้ ขึ้นคร่อมในลักษณะผสมพันธุ์ โดยที่ช้างตัวเมียไม่เต็มใจพยายามดิ้นรนจนถูกควาญช้าง 2 คนใช้มีดหรือเหล็กแหลมทิ่มแทงไม่ให้ดิ้น

         ล่าสุดวันนี้ (3 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ทราบว่ามีช้างเพศเมีย มารักษาตัวอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นของ นางแสงเดือน ชัยเลิศ ที่ก่อตั้งขึ้นมาช่วยเหลือช้างพิการ และ ชราภาพ รวมไปถึงช้างเร่ร่อน สาเหตุที่บาดเจ็บจนพิการ มาจากการถูกผสมพันธุ์ โดยการจับมัดขาทั้ง 2 ขาไว้ โดยช้างดังกล่าวเป็นช้างของนายวิเชียร ปทุมดี อายุ 33 ปี บ้านอยู่หมู่บ้านท่าราด ต.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ นำมาไว้เพื่อรักษาตัวที่ศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อกับนายวิเชียร ทางโทรศัพท์ เพื่อขอทราบว่าการผสมพันธุ์ช้าง หรือ การทับช้าง แบบมัดขาทั้ง 4 ขา จับถ่างออกยังมีอยู่หรือไม่

         นายวิเชียร ตอบว่า เรื่องการทับช้างหรือผสมพันธุ์ช้างด้วยวิธีนี้ยังมีอยู่อย่างแน่นอน แต่เป็นการสมยอมของทางเจ้าของช้างทั้งสองฝ่าย ที่มีข้อตกลงกันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะอยากจะได้ลูกช้างก็ต้องทำ ทางควาญช้างตามหมู่บ้านต่างๆ ที่เลี้ยงช้างรวมทั้งของตนก็ทำเป็นเรื่องธรรมดา จะรอให้ทับกัน หรือ ผสมพันธุ์กันตามธรรมชาติมันไม่ค่อยจะมีให้เห็นแล้ว คนที่มีช้างตัวเมียต้องการได้ลูกช้างกันทุกคน ส่วนคนมีช้างตัวผู้ก็ต้องการได้ค่าผสมพันธุ์ ที่มีราคา 30,000 - 50,000 บาท เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์หากช้างตัวเมีย มีท่าทีอยากผสมพันธุ์คนเลี้ยงช้างจะดูรู้ แต่หากเป็นช้างที่ผ่านการมีลูกมาแล้วก็สามารถผสมพันธุ์กันได้เลย ส่วนที่มัดขานั้น เพราะช้างตัวเมียไม่ยอมให้ เพราะไม่เคยผสมพันธุ์มาก่อน เพราะเป็นช้างสาวรุ่น ทางควาญจึงต้องจับมัดแข้งมัดขาทั้ง 4 ไว้ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก

         ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำเช่นนี้ส่อลักษณะถึงการจับช้างตัวเมียให้ช้างตัวผู้ข่มขืนหรือไม่ นายวิเชียร ตอบว่า ไม่ใช่ เป็นเรื่องการข่มขืนฝ่ายเดียว แต่ยอมรับว่าถ้าเป็นการข่มขืน เฉพาะช้างตัวเมีย ที่ยังไม่พร้อมผสมพันธุ์ เพราะไม่เคย จึงยังไม่พร้อม แต่คนเลี้ยงช้างกลับมองเห็นว่ามันพร้อมแล้ว จึงนำไปเข้ากับตัวผู้ โดยก่อนที่จะให้มันผสมพันธุ์ จะเซ่นไหว้ และ ต้องขนช้างตัวเมียไปหาช้างตัวผู้ถึงที่บ้านตัวผู้ และต้องเสียค่ารถในการขนไปจำนวนมาก เมื่อไปถึงช้างตัวเมียกลับไม่ยินยอม จึงต้องบังคับ คนภายนอกดูก็คล้ายกับเป็นการจับให้ข่มขืนโดยมีการผูกโซ่มัดขาไว้ถือว่าเป็นเรื่องปกติมันไม่เหมือนให้ผสมพันธุ์กันเหมือนแบบโบราณที่จะปล่อยช้างเพศผู้เพศเมียให้เข้าไปอยู่ด้วยกัน หากช้างตัวเมียมันยังไม่พร้อมจะตัวผู้ให้ผสมพันธุ์มันก็จะเดินหนี ช้างตัวผู้ก็ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ก็แค่นั้น แต่ในปัจจุบันนี้ หากนำช้างตัวเมียไปให้ตัวผู้ผสมพันธุ์ แต่ตัวเมียกลับไม่ยินยอมให้ผสมพันธุ์ ทางควาญช้างหรือเจ้าของช้างทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องมาตกลงกัน ซึ่งจะอยู่ที่ข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่าย ว่าจะยอมให้ผูกแข้งผูกขาช้างตัวเมียหรือไม่ จะเป็นการบังคับกันได้ไหม จึงต้องตกลงกันให้ดีไม่ใช่ว่าเมื่อไปถึงต้องจับช้างตัวเมียให้ช้างตัวผู้ข่มขืน ใช้โซ่มัดแข้งมัดขาไว้ แต่คนภายนอกมาพบเข้ามองว่าเอาช้างไปข่มขืนกัน

         ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการผูกแข้งผูกขา หรือ จะเรียกว่าจับให้ข่มขืนกัน ช้างเพศเมียถึงกับได้รับบาดเจ็บถึงขั้นพิการมีหรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า มีแน่นอน ช้างของตนที่เลี้ยงไว้ยังถึงขั้นเสียเส้น เดินไม่ได้เลยหลังและตะโพกหลุด เสียสภาพช้างไปเลย ซึ่งมีช้างได้รับบาดเจ็บเท่าที่ทราบ มีมากในการผสมพันธุ์แบบนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะให้ผสมตามธรรมชาติก็ยาก ส่วนมากจะบังคับทั้งสิ้น โดยการมัดโซ่ และถึงขั้นมีคนใช้เหล็กแหลม หรือมีดจี้ท้องช้างตัวเมีย จนต้องยอมให้ตัวผู้ผสมพันธุ์ได้ จึงทำให้คนข้างนอกดูว่าเป็นการนำช้างมาให้ข่มขืนกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ตามที่ตนได้ไปทุกๆ ที่จะเห็นว่าทาง จ.สุรินทร์ จะทำกันมากมีการบังคับเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ

         ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมทางนักเขียนชาวต่างประเทศเขามองไปเป็นเรื่องทารุณช้าง นายวิเชียร ตอบว่า เป็นเรื่องของมุมมองของแต่ละคน หากเป็นพวกเลี้ยงช้างด้วยกัน หรือเป็นตน ที่เป็นควาญช้างและเจ้าของช้าง มองว่าไม่ใช่เป็นการทารุณแต่อย่างใด แต่หากเป็นมุมมองของพวกกลุ่มนักอนุรักษ์ จะมองเห็นว่าเอาช้างมาให้ข่มขืนกัน แต่หากเป็นพวกควาญช้างก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ

         ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องเงินค่าจ้างของช้างตัวผู้ที่ใช้ผสมพันธุ์จะได้ถึง 30,000-50,000 บาท เรื่องนี้คิดเงินกันอย่างไร นายวิเชียร ตอบว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นค่าเอวให้กับช้างตัวผู้ หรือ ค่าพ่อพันธุ์ค่าผสม เมื่อตัวเมียตกลูกออกมาต้องเสียเงินให้ฝ่ายช้างตัวผู้ เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากการผสมพันธุ์แต่ละครั้ง หากช้างตัวเมียยินยอมพร้อมใจคงไม่ต้องทำถึงขั้นนี้ แต่ส่วนมากจะทำกับช้างสาวที่ไม่เคยผสมพันธุ์มาก่อนเท่านั้นทุกๆ วันนี้ก็ยังมีอยู่ให้เห็นและรู้กันในกลุ่มคนเลี้ยงช้าง

         ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ถาม นางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้างแม่แตง ถึงเรื่องที่มีผู้ใหญ่ที่ดูแลเกี่ยวกับช้างดาหน้ากันออกมาตอบโต้ว่า การข่มขืนช้างเป็นเรื่องโกหกที่มีจัดฉากขึ้นมา เพื่อทำลายชื่อเสียงของประเทศ มีความเห็นอย่างไร นางแสงเดือน ตอบว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมา แทนที่ผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะต้องตั้งสติให้ดีแล้วก็เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะออกมารีบตอบ ตนไม่รู้ว่าเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยหรือการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ที่พอเกิดเหตุการณ์ ก็จะรีบออกมาตอบโต้ทันควัน ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในต่างประเทศที่เจริญแล้ว นักอนุรักษ์ หรือ คนที่ทำงานเกี่ยวกับช้างหรือว่าสัตว์ต่างๆ เขาก็จะพุ่งตรงหาแหล่งข่าว เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาทางแก้ไขก่อนที่จะออกมาปิดบัง หรือ ตอบโต้ข้อมูล ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง การที่หน่วยงานของรัฐรีบออกมาปกป้อง เรื่องนี้โดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลที่แท้จริง แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือ ช้างกลับผลักไสให้เขาลงไปสู่การทารุณกรรมมากขึ้น แต่สำหรับตนขอยืนยันเลยว่าเรื่องการผสมพันธุ์ หรือ การทับช้าง หรือ จับช้างข่มขืนช้างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยจริง

         "เรื่องนี้ดิฉันอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่าออกมาตอบโต้กันไปมา กลายเป็นสงครามปากระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ แต่เหยื่อที่แท้จริง คือตัวช้าง ดิฉันคิดว่าหากพิสูจน์ว่าภาพที่ปรากฏเป็นการจัดฉากควรจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นการจัดฉากใครเป็นคนจัดฉาก ตนเชื่อว่าหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับช้างเปิดใจให้กว้าง และรับฟังสิ่งเหล่านี้ เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาช้างที่คารังคาซังมาเป็นสิบยี่สิบปี คงจะแก้ไขได้ แต่ในปัจจุบันนี้เรายังแก้ไขไม่ได้ เพราะยังไม่มีการร่วมมือกัน เพราะมีแต่เรื่องอิจฉาตาร้อนคอยขัดแข้งขัดขากันแล้วใส่ร้ายป้ายสีกันมาตลอด ดิฉันว่ามันไม่ถูกต้อง" นางแสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย

         ขณะที่ นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยา แลเพนียด เปิดเผยว่า บุคคลกลุ่มนี้ไม่เคยหวังดีกับประเทศไทย คอยแต่ฉวยโอกาสสร้างภาพสร้างข่าวสิ่งที่ทำไปต้องการชื่อเสียง และเงินทอง จะไหลตามมา ไม่รู้จักวัฒนธรรมของไทยเหมือนดูถูกคนไทยว่าโง่ พูดอะไร ต้องหลงเชื่อ ไม่มีสมองเข้ามาตีกิน การผสมพันธ์ม้า ที่ต่างประเทศ ก็จับขึงพืดเช่นเดียวกัน

         เจ้าของวังช้างอยุธยา กล่าวต่อว่า ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศถอนวีซ่าให้หมด ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เป็นสัญลักษณ์ของคนไทย และสมบัติของแผ่นดิน สมัยโบราณช้างเป็นของพระมหากษัตริย์ มีกรมคชบาลคอยดูแลในการเลี้ยงรวมทั้งผสมพันธุ์และใช้ในการยุทธหัตถี การผสมพันธุ์สมัยโบราณ ปล่อยแบบธรรมชาติจะมีความดุดัน และรุนแรง ทำให้ช้างบาดเจ็บ และล้มตายเป็นจำนวนมาก

          ต่อมามีการศึกษาช่วยเหลือช้างให้ผสมพันธุ์แบบไม่บาดเจ็บ โดยมีกรมปศุสัตว์และสัตวแพทย์คอยศึกษาและแนะนำเป็นวิธีที่นำไปใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะช้างสาวต้องใช้เชือกมัดขาถ่างยึดตัวให้อยู่ไว้ไม่ให้ดิ้น เพราะช้างตัวผู้จะยืน 2 ขามีน้ำหนักประมาณ 4 ตันกว่า ถ้าตัวเมียดิ้นหรือบิดตัวทำให้ช้างตัวผู้หงายหลังบาดเจ็บล้มตายได้และถ้าหากตัวผู้ผสมพันธ์ขึ้นลงบ่อยๆ ยังไม่เสร็จ จะโมโหไล่แทงตัวเมียบาดเจ็บ ไม่ใช่เป็นการประจานการทารุณช้างแต่อย่างใด ถ้าเป็นช้างชาวบ้านจะต้องเสี่ยงมากขึ้นเวลาช้างตัวผู้ขึ้นขี่ช้างตัวเมียควาญช้างต้องอยู่ใต้ท้องช้าง 1 คน เพื่อไม่ให้ช้างตัวเมียหย่อนท้องลงมา เพราะก้นช้างบิด และผสมพันธุ์ลำบาก ส่วนควาญอีกคนเอาตะขอเกี่ยวหูช้างให้อยู่นิ่งๆ และใช้เชือกมัดขาช้างตัวเมียเหมือนกัน

         นายลายทองเหรียญ กล่าวต่อว่า ที่วังช้างอยุธยา มีการผสมพันธุ์ทุกวัน โดยให้ควาญช้างคอยดูว่าช้างตัวไหนมีน้ำเมือกไหลออกมาต้องการผสมพันธุ์ ขณะนี้มีแม่พันธุ์อยู่แล้ว 40 แม่ ตั้งท้องประมาณ 20 เชือก โดยช้างตัวผู้จะหาตัวที่แข็งแรง และสมบูรณ์ ข้อสำคัญไม่ดุมาก เพราะจะทำร้ายช้างตัวเมียการผสมพันธฺุ์ใช้เวลาประมาณ 20 วินาทีต่อครั้ง เพราะช้างมีน้ำหนักมาก ไม่มีช้างที่ไหนผสมวันละ 60 ครั้ง ช้าง 4 เดือน จะมีประจำเดือน ช้างตัวเมียเริ่มผสมพันธ์ตั้งแต่อายุ 10-12 ปี เมื่อ10 ปีที่แล้วที่วังช้างอยุธยา ให้ช้างผสมพันธุ์มีช้างที่หงายหลัง เพราะตัวเมียดิ้นบาดเจ็บ ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็น และ  ช้างตัวผู้โกรธโมโหแทงหลังตัวเมียเป็นแผล 20-30 เปอร์เซ็น ดังนั้น การใช้เชือกผูกขาช้างเวลาผสมพันธุ์เป็นเรื่องปกติ และวิธีสมัยใหม่ เพื่อความปลอดภัยของช้างตัวผู้และผสมได้เร็ว ช้างตัวเมียจะได้ไม่ถูกทำร้ายไล่แทง เพราะความโกรธ




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ข่มขืนช้างมีจริง - ควาญเผย ถึงขั้นตะโพกหลุด ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
ข่มขืนช้างมีจริง - ควาญเผย ถึงขั้นตะโพกหลุด โพสต์เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา 17:23:59 207 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP