พบงูหลามยักษ์ หนัก 200 กก. คาดใหญ่สุดในไทย


เรื่องราวสัตว์เลี้ยง รูปภาพน่ารัก คลิกดูจากมือถือกันคลิกที่นี่ <<

พบงูหลามยักษ์ หนัก 200 กก. คาดใหญ่สุดในไทย


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ เรื่องเล่าเช้านี้

            พบงูหลามยักษ์ หนัก 200 กก. ยาว 6 เมตร ที่ ต.นาป่า จ.ชลบุรี คาดใหญ่สุดในไทย ด้านเจ้าของบอกรักมาก คนมาขอซื้อก็ไม่ขาย ลั่นจะเลี้ยงกันไปจนแก่ตายไปข้างหนึ่ง เผยเป็นงูหลามให้โชค ชาวบ้านถูกหวยหลายครั้งแล้ว

            วานนี้ (20 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านเลขที่ 35/2 ม.6 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี มีการเลี้ยงงูหลามยักษ์ไว้ภายในบ้าน ซึ่งเมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียว มีเนื้อที่กว้างขวาง ด้านหน้าเปิดเป็นร้านขายของชำ โดยมีนายวัชรา แซ่อื้อ อายุ 47 ปี เป็นเจ้าของบ้าน

            ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงงูหลามยักษ์ นายวัชราก็ได้พาไปดูที่กรงขนาด 2 x 2 เมตร ซึ่งมีงูหลามขนาดใหญ่นอนขดอยู่บนผ้าห่มอย่างดี ส่วนลักษณะของงูหลามนั้น มีลำตัวสีน้ำตาล ลายข้าวหลามตัดอยู่บนผิว ยาว 6 เมตร หนักถึง 200 กิโลกรัม นับว่าเป็นงูหลามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตอนนี้เลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่างูหลามที่พบในสหรัฐอเมริกาที่เป็นข่าวโด่งดังเมื่อเดือนที่แล้วอีกด้วย

            จากการสอบถาม นายวัชรา ได้เล่าว่า งูหลามตัวดังกล่าวชื่อ "เจ้าหลง" เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2543 อายุ 12 ปี โดยตนได้เจ้าหลงจากทิพเนตรฟาร์ม จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่เจ้าหลงฟักออกมาจากไข่ได้เพียง 7 วันเท่านั้น ซึ่งเมื่อตนนำมาเลี้ยงดูก็รู้สึกรักเหมือนลูก ส่วนเจ้าหลงนั้นมีอุปนิสัยเชื่องและคุ้นเคยกับคน เพราะคลุกคลีกับตนมาตั้งแต่เล็ก ๆ  สำหรับอาหารของเจ้าหลงนั้น ตนให้เป็นเนื้อไก่และเนื้อหมูสัปดาห์ละ 15 กิโลกรัม

            นายวัชรา ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนเลี้ยงเจ้าหลงมาก็ทำให้ชีวิตของตนดีขึ้น ค้าขายร่ำรวย และพบโชคบ่อยครั้ง จนมีชาวบ้านมาขอหวยเจ้าหลงอยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังเคยมีคนมาขอซื้อในราคา 7 หมื่นบาท แต่ตนไม่ขาย เพราะตั้งใจว่าจะดูแลกันไปจนกว่าจะตายจากกัน

            อย่างไรก็ดี นายวัชรา ยังได้ฝากไปยังผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนว่า ควรเลี้ยงอย่างจริงจัง เพราะสัตว์ก็มีหัวใจ มีความรักและผูกพันกับคนเลี้ยงเช่นกัน หากปล่อยทิ้งขว้าง ก็จะเป็นปัญหาของสังคม ส่วนคนที่มีงูหลามไว้ในครอบครอง ตนแนะนำให้ไปจดทะเบียนคุ้มครองสัตว์ป่าสงวนให้ถูกต้องตามกฎหมายดังเช่นที่ตนทำ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต


**หมายเหตุ : แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2555


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก







คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

แอพแรกที่คุณเลือก