
บทเรียนเจ้า‘ฟลุ๊ค’ กทม.คุมเพาะหมา! (ไทยโพสต์)
ชี้กฎหมายอาญาเอาผิดคนทารุณสัตว์ได้ยาก กรณี "เจ้าฟลุ๊ค" สุนัขโชคร้ายโดนมีดฟันเหวอะหวะ ผู้เสียหายยังไม่กล้าแจ้งความ ด้าน กทม.ผุดแนวคิดแก้สุนัขจรจัด เตรียมออกบทบัญญัติให้เจ้าของพาเจ้าตูบทำหมันและห้ามเพาะพันธุ์โดยไม่ได้รับอนุญาต อนาคตมีกฎหมายใหม่ลงโทษผู้เลี้ยงแล้วปล่อยทิ้งเข้าข่ายทารุณสัตว์
จากกรณีที่มีคนใช้มีดสปาร์ต้าฟันสุนัขชื่อ "ฟลุ๊ค" มีแผลเหวอะหวะทั่วทั้งตัว สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น จนกระทั่งมีผู้นำเรื่องนี้ไปโพสต์ผ่านทางเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ทำให้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเป็นค่ารักษาพยาบาล ล่าสุดอาการของสุนัขตัวนี้ปลอดภัยแล้ว
น.ส.ธาริณี วิภูชนิน ผู้โพสต์เรื่องเจ้า "ฟลุ๊ค" หมาโชคร้ายทางอินเทอร์เน็ตและช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล กล่าวเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมว่า เหตุนี้เกิดขึ้นบริเวณสถานที่ก่อสร้างใกล้สี่แยกถนนศรีนครินทร์ตัดกับถนนพัฒนาการ โดยตนได้รับแจ้งเรื่องจากชาวบ้านในย่านนั้นว่ามีสุนัขจรจัดถูกมีดฟันจนเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่ง เหตุเพราะไปไล่เห่าจักรยานยนต์ของชายผู้หนึ่งล้มลง ด้วยความบันดาลโทสะ ชายผู้นั้นจึงเอามีดสปาร์ต้าไล่ฟันเจ้าฟลุ๊ค และใช้ไม้หน้าสามตีอย่างโหดเหี้ยม เกิดแผลฉกรรจ์บริเวณคอและลำตัวมีแผลลึกและกว้าง หนังขาดวิ่น หูข้างขวาและจมูกโดนตัดแหว่ง จึงนำตัวไปรักษาโรงพยาบาล 3 แห่ง โดยสัตวแพทย์ได้เย็บแผลและให้ยาป้องกันติดเชื้อเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว
น.ส.ธาริณีบอกว่า การนำเรื่องนี้ไปโพสต์ลงเว็บไซต์เพื่อให้รับรู้ถึงความโหดร้ายของคนในสังคม และขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจช่วยคุ้มครองสัตว์ด้วย อยากให้มีบทลงโทษรุนแรง เพราะผู้เสียหายที่เลี้ยงเจ้าฟลุ๊คไม่กล้าแจ้งความ เพราะกลัวอันตราย อีกทั้งคนที่ใช้มีดฟันสุนัขก็ยังขู่ว่าจะฆ่าให้ตายถ้าพบเห็นอีก ขณะนี้คิดว่าจะนำตัวเมียที่เป็นแฟนเจ้าฟลุ๊คออกมาจากพื้นที่นั้นเพื่อความปลอดภัยสุนัข
"ส่วนยอดเงินบริจาคมีประมาณ 900,000 บาทแล้ว ส่วนค่ารักษาไม่เกิน 10,000 บาท เงินที่เหลือดังกล่าวจะช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัดต่อไป ส่วนเจ้าฟลุ๊คเมื่อหายดีแล้วก็จะจัดหาสถานที่เลี้ยงที่เหมาะสมไว้ให้" น.ส.ธาริณีเผย
พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ประเวศ กล่าวว่า กรณีนี้ต้องให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุ ว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมายอาญาในข้อหาทารุณสัตว์หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด
นายสวรรค์ แสงบัลลังค์ เลขาธิการสมาคมป้องกันทารุณกรรมสัตว์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ทำร้ายร่างกายสุนัขตัวนี้ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญาตามมาตรา 831 และ 832 อย่างชัดเจน มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 เดือน แต่ในข้อเท็จจริงกฎหมายปัจจุบันไม่สามารถลงโทษผู้ทำผิดได้ เพราะมีจุดอ่อนตรงที่ไม่ระบุความหมายของคำว่าทารุณมีเนื้อหาอย่างไร ผู้ทารุณสัตว์จึงอาศัยช่องโหว่นี้หลีกเลี่ยงความผิดได้ ขณะที่ตำรวจไม่ใส่ใจทำคดี ปัญหาเหล่านี้ ทำให้สมาคมต้องเร่งผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
"กฎหมายฉบับนี้ผ่านการกลั่นกรองจากสำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกาแล้ว ขณะนี้ต้องรอสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่เข้ามาพิจารณาผ่านกฎหมาย ซึ่งกำหนดบทลงโทษปรับผู้ทารุณสัตว์ถึง 20,000 บาท นอกจากนี้ยังผู้เลี้ยงสุนัขแล้วปล่อยทิ้งขว้าง ก็เข้าข่ายการทารุณสัตว์และผิดกฎหมายเช่นกัน เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายใหม่ต้องการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ รวมทั้งสร้างจริยธรรมคนเลี้ยงสัตว์ให้มีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น" นายสวรรค์เผย
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในกรุงเทพฯ ระบุว่า จากการมอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจประชากรสุนัขจรจัดในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าปัจจุบันมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 100,000 ตัว ส่วนสุนัขที่มีเจ้าของประมาณ 600,000 ตัว หากเจ้าของสุนัขเบื่อที่จะเลี้ยงก็ไม่ควรปล่อยให้เป็นสุนัขข้างถนน ดังนั้น กทม.จึงมีโครงการรับเลี้ยงสุนัขที่เจ้าของไม่ต้องการแล้ว โดยจะนำไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและทำหมันคุมกำเนิด จากนั้นจะส่งต่อไปยังสถานเลี้ยงสุนัขอนาถาสังกัด กทม. ที่เขตประเวศและจังหวัดอุทัยธานีต่อไป
"ขณะนี้ กทม.มีโครงการถ้าเลี้ยงสุนัขไม่ไหวก็ส่งให้ กทม.เลี้ยง เพื่อเป็นการควบคุมการขยายตัวของประชากรสุนัขจรจัด ส่วนมาตรการเข้มงวดที่ กทม.มีแนวคิดในอนาคตคือ การออกข้อบัญญัติ กทม.ควบคุมผู้เลี้ยงสุนัขที่บ้าน ห้ามเพาะพันธุ์สุนัขโดยจะต้องทำหมันทุกตัว หากต้องการเพาะพันธุ์สุนัขจะต้องขึ้นทะเบียนกับ กทม.ก่อน มิเช่นนั้นจะมีความผิด โดยจะนำแนวคิดเข้าหารือกับคณะกรรมการในที่ประชุมต่อไป" พญ.มาลินีเผย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก pantip.com โดย คุณ Clouseau , facebook กองทุนร่วมด้วยช่วยแมว(หมา) : Cats & Dogs Rescue





