พังกำไล ไปสงบ ปั๊มหัวใจ ช้างพังกำไล ไม่ฟื้น

กำไล
พังกำไล

พังกำไล
พังกำไล



สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก krobkruakao.com, หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

          พังกำไล ช้างที่ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตแล้ว หลังอาการทรุดหนัก โดยทีมสัตวแพทย์พยายามยื้อชีวิตของ ช้างพังกำไล แต่ไม่สามารถช่วยได้ ท่ามกลางความเสียใจของผู้ดูแล พังกำไล
 
          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ช้างพังกำไล หรือ พังกำไร ประสบอุบัติเหตุรถที่ใช้บรรทุกจาก จ.สุรินทร์ กำลังพาไปผสมพันธุ์ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เกิดเบรกแตก พุ่งชนเขาบริเวณช่องตะโก ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ส่งผลให้ พังกำไล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาหน้าหักทั้งสองข้าง ตามลำตัวมีรอยถลอกหลายแห่ง ต้องนอนร้องอย่างทรมานรอความช่วยเหลืออยู่หลายชั่วโมงกว่าจะรถเครนและทีมสัตวแพทย์จะมาถึง และนำตัว พังกำไร ไปรักษาต่อที่สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์
 
          เมื่อข่าวทราบถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงพระราชทานคณะสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังเดินทางมาดูแล พังกำไล อย่างต่อเนื่อง โดยผลการเอ็กเรย์พบว่า พังกำไล ขาหน้าหักทั้งสองข้าง หัวไหล่หลุด หัวถูกกระแทกอย่างแรง ทีมคณะสัตวแพทย์จึงช่วยกันรักษาอย่างเต็มกำลัง และความช่วยเหลือก็ไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งการบริจาคเงิน และสิ่งของที่จำเป็น



พังกำไล


พังกำไล

 
          อย่างไรก็ตาม อาการของ พังกำไล ดูเหมือนจะดีขึ้นในระยะแรกๆ โดยทีมสัตวแพทย์ได้ออกแบบ และนำช้างขึ้นเตียงเหล็กไฮดรอลิกขนาดใหญ่ ทำให้การรักษาสะดวกมากขึ้น พังกำไล กินอาหารได้มากขึ้น และเริ่มหยอกเล่นกับทีมสัตวแพทย์ และควาญช้าง ขณะที่เครื่องเอ็กซเรย์หลายเครื่องพังลง เนื่องจากใช้งานอย่างหนัก จนต้องไปยืมเครื่องเอ็กซเรย์จากโรงพยาบาลรักษาคนมาใช้แทน นอกจากนี้ มีการวางโครงการขุดบ่อน้ำเค็มขนาดยาว 8 เมตร กว้าง 5 เมตร ลึก 2.50 เมตร เพื่อรักษา พังกำไร ด้วยวิธีวารีบำบัด.... แต่ พังกำไล ก็ยังไม่ทันได้ใช้
               
          สำหรับ พังกำไล หรือ พังแต๋น เป็นช้างเพศเมียวัย 10 ปี 6 เดือน โดย นายสมศักดิ์ ศาลางาม อายุ 30 ปี ควาญช้าง เจ้าของ พังกำไล เล่าว่า พังกำไล เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่ย่า อยู่ด้วยกันมานาน ตนกับ พังกำไล มีความผูกพันต่อกันมาก ตนรู้สึกสงสารที่ พังกำไล ต้องมารับเคราะห์ครั้งนี้ ซึ่งกว่าจะนำตัว พังกำไล มารักษาที่สุรินทร์ได้ อาการก็เกือบสิ้นหวัง
 
          แม้ว่าผลการรักษาจะดูเหมือนว่า พังกำไล จะอาการดีขึ้นตามอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ทีมสัตวแพย์เผยว่า อาการป่วยของ พังกำไล ทรุดลงอีกครั้ง จากแผลกดทับที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ พังกำไล กินอาหารได้น้อยลง น้ำหนักลดลงถึง 200 กิโลกรัม จนมีอาการซึมและซูบผอมจนเห็นโครงกระดูกอย่างชัดเจน



พังกำไล

 
          กระทั่งวานนี้ (29 กรกฎาคม) เวลาประมาณเที่ยงเศษ พังกำไล เกิดอาการชักดิ้น ตาลอย ซ้ำยังสำรอกอาหารที่กินไปตอนกลางคืนออกมา มีอาการหมดเรี่ยวหมดแรง คอตก หัวใจหยุดเต้น ทางทีมสัตวแพทย์ จึงรีบผ่อนเชือกจากท่ายืนลงอยู่ในท่านอน จากนั้นช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่ครู่ใหญ่ แต่กลับไม่ดีขึ้น ในที่สุด ช้างพังกำไล ก็ล้มและจากไปอย่างสงบ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.  เหตุการณ์การสูญเสียในครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับทีมสัตวแพทย์ที่ให้กับการรักษา พังกำไล อย่างมาก
 
          "อาการของพังกำไลไม่ดีมาหลายวันแล้ว ช่วงเกิดเหตุทางทีมงานก็พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของพังกำไลไว้ได้" นสพ.มาโนชญ์ ยินดี สัตวแพทย์ผู้ดูแล พังกำไล กล่าว
 
          สำหรับศพของ พังกำไล นายสมศักดิ์ เจ้าของพังกำไล เผยว่า จะนำ พังกำไล ไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดป่าอาเจียง หมู่บ้านช้าง  ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ แล้วฝังที่วัดทันที ซึงตนไม่คิดว่า พังกำไล จะมาล้มลงเร็วแบบนี้ เมื่อเช้ายังมีอาการตอบสนองดีอยู่ รู้สึกเสียใจมาก เพราะผูกพันกันมานาน อยากขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด
 
          และนี่คือเรื่องเศร้าของ พังกำไล ช้างไทยอีกหนึ่งเชือกที่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา ท่ามกลางกระแสสังคมที่ถามว่า ช้างไทยจะมีกฎหมายคุ้มครอง หรือได้รับการดูแลที่ดีให้สมกับเป็นสัตว์คู่ชาติได้หรือยัง?
 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก





คิดอย่างไรกับเรื่อง: พังกำไล ไปสงบ ปั๊มหัวใจ ช้างพังกำไล ไม่ฟื้น ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
พังกำไล ไปสงบ ปั๊มหัวใจ ช้างพังกำไล ไม่ฟื้น โพสต์เมื่อ 29 กรกฎาคม 2552 เวลา 14:33:25 10 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP